2026-10-05T19:08:38+00:00 iaa MALEE บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) MALEE เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจ ตัดขายกิจการในเวียดนามทิ้งเพื่อลดภาระขาดทุน ไฮไลท์สำคัญ บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE ประกาศแผนปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคัญด้วยการขายหุ้น 65% ในบริษัท Long Quan Safe Food (LQSF) ผู้ผลิตเครื่องดื่มในเวียดนาม ในราคาประมาณ 40 ล้านบาท โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569 ซึ่งจะส่งผลให้ LQSF พ้นสภาพจากการเป็นบริษัทย่อยของ MALEE ทันที ส่วนเนื้อหาและมุมมองโบรกเกอร์ บล.โกลเบล็ก (GLOBLEX) มีมุมมองเชิงบวกต่อการตัดสินใจครั้งนี้ เนื่องจาก LQSF เป็นภาระที่ฉุดรั้งผลประกอบการของบริษัทมาอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงปี 2563-2568 MALEE ต้องแบกรับผลขาดทุนสะสมจากธุรกิจดังกล่าวถึง 113 ล้านบาท แม้การขายครั้งนี้จะทำให้บริษัทรับรู้ผลขาดทุนแบบครั้งเดียว (One-time loss) ประมาณ 10-15 ล้านบาทในไตรมาส 3/2569 แต่ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับการตัดวงจรขาดทุนเรื้อรัง ทั้งนี้ โบรกเกอร์ได้ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 4.25 บาท (จากเดิม 4.10 บาท) โดยอิงค่า P/E ที่ 11 เท่าของปี 2570 ข้อสังเกตจากการวิเคราะห์ จากการประเมินของ GLOBLEX พบว่าแม้รายได้ปี 2570-2571 จะลดลงเล็กน้อยจากการที่ไม่มีรายได้ของ LQSF เข้ามา แต่ในทางกลับกัน กำไรสุทธิจะเติบโตขึ้น 7.1% และ 7.9% ตามลำดับ เนื่องจากไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนจากเวียดนามอีกต่อไป สำหรับภาพรวมธุรกิจหลักของ MALEE ในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 คาดว่าจะฟื้นตัวได้ดีจากยอดขายน้ำมะพร้าวทั้งแบรนด์ตัวเองและรับจ้างผลิต (OEM) รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวดีขึ้นจากการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับลดเป้าหมายการเติบโตของยอดขายปี 2569 ลงเหลือ 0-3% เนื่องจากตลาดเครื่องดื่มส่วนใหญ่เข้าสู่ช่วงอิ่มตัว ส่วนสรุป บล.โกลเบล็ก คงคำแนะนำ "ถือ" (HOLD) โดยมองว่าการขายธุรกิจในเวียดนามเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทางการเงินในระยะยาว แม้ในระยะสั้นจะมีผลกระทบจากค่าใช้จ่ายพิเศษ แต่การกำจัดจุดอ่อนที่สร้างผลขาดทุนจะช่วยให้ฐานกำไรของบริษัทมีความมั่นคงมากขึ้นในอนาคต