Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TU บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

TU โชว์ฟอร์มแกร่งคาดกำไรปกติไตรมาส 3/69 โตเด่นรับแรงหนุนธุรกิจหลัก

ไฮไลท์สำคัญ บล.เอเซียพลัส (ASPS) ประเมินผลประกอบการ TU ในไตรมาส 3/69 คาดว่าจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท เติบโต 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อน (QoQ) โดยได้รับแรงหนุนหลักจากการเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้าแบรนด์และธุรกิจ OEM ในตลาดสหรัฐฯ และฝรั่งเศส แม้ว่าจะเริ่มเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนปลาทูน่าที่ปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม เจาะลึกผลประกอบการและปัจจัยขับเคลื่อน คาดการณ์ยอดขายรวมในไตรมาส 3/69 อยู่ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% YoY และ 6.4% QoQ โดยธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป (Ambient) และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (PetCare) ยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนรายได้ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) คาดว่าจะอยู่ที่ 20.3% ลดลงจาก 21.4% ในไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนปลาทูน่าที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงมาร์จิ้นของธุรกิจ PetCare ในไตรมาส 2 ที่เคยอยู่ในระดับสูงพิเศษจากการรับคืนภาษีนำเข้า (US Tariff) ได้ปรับเข้าสู่ภาวะปกติ ข้อสังเกตและประเด็นที่ต้องติดตาม นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A/Sales) คาดว่าจะอยู่ที่ 14.6% ซึ่งสูงกว่ากรอบเป้าหมายเล็กน้อย เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายด้านการตลาด ค่าขนส่ง (Freight) ที่ยังอยู่ในระดับสูง และค่าใช้จ่ายแบบครั้งเดียว (One-time) เกี่ยวกับที่ปรึกษาดีล M&A ในธุรกิจ PetCare นอกจากนี้ ในไตรมาส 4/69 กำไรมีโอกาสชะลอตัว QoQ จากผลกระทบต้นทุนปลาทูน่าที่เริ่มสะท้อนเข้าสู่ต้นทุนการผลิตเต็มที่ ซึ่งบริษัทประเมินว่าจะกระทบมาร์จิ้นรวมราว 0.5% แต่ยังคงแผนควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อรักษาระดับ SG&A ให้เป็นไปตามเป้าหมาย สรุปคำแนะนำการลงทุน บล.เอเซียพลัส คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ ราคาเป้าหมายปี 2570 ที่ 13.90 บาท (อิง PER 12 เท่า) โดยมองว่าแม้ไตรมาส 4 จะมีความท้าทายจากต้นทุน แต่แนวโน้มกำไรโดยรวมยังคงเติบโตได้เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีกลุ่มธุรกิจ Ambient และ PetCare เป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่แข็งแกร่งในระยะถัดไป