Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TU บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

จับตา Thai Union รับมือต้นทุนทูน่าพุ่ง พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพ

ไฮไลท์สำคัญ โบรกเกอร์ FSSIA ได้ออกบทวิเคราะห์หุ้น Thai Union Group (TU) โดยคงคำแนะนำ "ซื้อ" พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2567 ขึ้นเป็น 14.80 บาท จากเดิม 14.20 บาท (คิดเป็น Upside 19.4%) โดยมองว่าแม้จะมีแรงกดดันจากราคาปลาทูน่าที่ปรับตัวสูงขึ้นในระยะสั้น แต่บริษัทมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในระยะยาวจากการปรับโครงสร้างประสิทธิภาพและการควบคุมต้นทุนของ CFO คนใหม่ วิเคราะห์ผลประกอบการและปัจจัยกระทบ คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1,290 ล้านบาท (+2.5% q-q, ทรงตัว y-y) แม้จะมีปัจจัยลบจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทั้งค่าขนส่ง ค่าธรรมเนียมที่ปรึกษาในการทำ M&A ของ ITC และค่าใช้จ่ายทางกฎหมายจากคดี Red Lobster แต่ยังสามารถชดเชยได้ด้วยรายได้ที่เติบโต 7% q-q จากยอดขายกลุ่ม Ambient ในสหรัฐฯ และฝรั่งเศส รวมถึงธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food) ที่เติบโตเด่น อย่างไรก็ตาม ราคาปลาทูน่าที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 ปีที่ 2,275 ดอลลาร์/ตันในเดือนกันยายน จะเริ่มกดดันอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 4/2569 ประมาณ 0.3-0.5% ก่อนจะค่อยๆ ปรับตัวลดลงในปี 2570 ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน นักวิเคราะห์มองว่าราคาปลาทูน่าที่สูงขึ้นเป็นความเสี่ยงระยะสั้น แต่คาดว่าจะเริ่มอ่อนตัวลงหลังสิ้นสุดฤดูกาลห้ามจับปลา โดยประเมินราคาเฉลี่ยปี 2570 ไว้ที่ 1,700 ดอลลาร์/ตัน (-10.5% y-y) ซึ่งทุกๆ 10% ของราคาปลาทูน่าที่เปลี่ยนไป จะส่งผลต่อกำไรสุทธิประมาณ 7.5% ทั้งนี้ บริษัทมีจุดแข็งจากการเป็นผู้นำตลาดระดับโลกและมีแผนการจัดการด้าน ESG ที่โดดเด่น ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพต้นทุนและความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว ส่วนสรุป โบรกเกอร์คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ไว้ที่ 4,780 ล้านบาท (+3.7% y-y) และคาดว่ากำไรปี 2570 จะเติบโตต่อเนื่องอีก 5.4% เป็น 5,038 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการขยายกำลังการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงและโอกาสจากการทำ M&A ในอนาคต แม้จะมีประเด็นการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ในระยะสั้น แต่ถือเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-off) จึงยังคงแนะนำ "ซื้อ" เพื่อรับการเติบโตในระยะยาว