Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TU บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ปโชว์ฟอร์มแกร่งคาดกำไร Q3/26 โตเด่นสุดในกลุ่มอาหาร

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU เตรียมประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569 โดยโบรกเกอร์ InnovestX (INVX) คาดการณ์กำไรปกติจะอยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท เติบโตแข็งแกร่งถึง 16% YoY และ 2% QoQ ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร โดยได้รับแรงหนุนหลักจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัว เจาะลึกผลประกอบการและการเติบโต สำหรับไตรมาส 3/2569 INVX ประเมินว่ายอดขายจะเติบโต 4% YoY จากธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปและอาหารสัตว์เลี้ยงที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอุปสงค์ในสหรัฐฯ ที่ช่วยชดเชยยอดขายอาหารทะเลแช่แข็งที่ลดลงได้ ทั้งนี้ อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะอยู่ที่ 20.2% (+130bps YoY) จากการปรับสัดส่วนสินค้ามาร์จิ้นสูงและสต๊อกปลาทูน่าต้นทุนต่ำ อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4/2569 คาดว่ากำไรจะอ่อนตัวลงจากปัจจัยฤดูกาล แต่ยังคงเติบโตได้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับราคาปลาทูน่าที่ปรับตัวสูงขึ้นในเดือน ก.ย. บริษัทยังไม่ได้รับผลกระทบเนื่องจากมีสต๊อกวัตถุดิบครอบคลุมถึง 5 เดือน ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม นักวิเคราะห์จาก INVX ให้คำแนะนำ OUTPERFORM โดยกำหนด ราคาเป้าหมายกลางปี 2570 ไว้ที่ 16 บาท อ้างอิงค่า PE ที่ 14.5 เท่า (ค่าเฉลี่ย 10 ปี) โดยมีข้อสังเกตสำคัญคือค่าใช้จ่าย SG&A ที่เพิ่มขึ้น 10% YoY จากค่าขนส่งและค่าที่ปรึกษาด้าน M&A นอกจากนี้ยังต้องติดตามประเด็นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และ FTA ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป รวมถึงความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและการแข็งค่าของเงินบาทที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต สรุปภาพรวมการลงทุน TU ยังคงเป้าหมายการเติบโตของยอดขายปี 2569 ไว้ที่ 4-6% YoY พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์มุ่งสู่ปี 2570 ด้วยการเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจหลักและขยายธุรกิจที่เติบโตเร็วอย่างอาหารสัตว์เลี้ยง ทั้งนี้ INVX มองว่าการบริหารจัดการต้นทุนผ่านโครงการ Transformation จะช่วยสนับสนุนกำไรในระยะยาว แม้จะมีต้นทุนการดำเนินงานในระยะสั้นก็ตาม นักลงทุนควรใช้ความระมัดระวังและพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนวัตถุดิบประกอบการตัดสินใจ