2026-10-05T19:07:58+00:00 iaa TU บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) TU ลุ้นกำไรฟื้นตัวรับอานิสงส์ FTA ไทย-EU พร้อมปันผลเด่น ไฮไลท์สำคัญ โบรกเกอร์ MST คงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น TU โดยประเมินราคาเป้าหมายที่ 14.50 บาท ด้วยวิธี SOTP ชี้จุดเด่นที่มูลค่าหุ้นยังถูก (P/E ปี 2570 เพียง 10.7 เท่า) และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 6-7% แม้ราคาปลาทูน่าจะกดดันกำไรในระยะสั้น แต่ภาพรวมครึ่งหลังของปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 มีปัจจัยบวกหนุนชัดเจน วิเคราะห์ปัจจัยหนุนและผลประกอบการ คาดการณ์กำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 อยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท หากไม่รวมผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรหลักจะเติบโต 14% YoY และ 3% QoQ จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น 4% YoY และ 6% QoQ โดยได้แรงหนุนจากการปรับราคาสินค้าและอุปสงค์อาหารสัตว์เลี้ยงที่แข็งแกร่ง สำหรับปี 2569-2570 บริษัทมีปัจจัยบวกจาก 1) ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า 2) การลดค่าใช้จ่าย SG&A ภายในองค์กร และ 3) ความคืบหน้าข้อตกลงการค้าเสรี (Thai-EU FTA) ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนระยะยาวในการส่งออกอาหารทะเลไปยังสหภาพยุโรป ข้อสังเกตและประเด็นความเสี่ยง ราคาปลาทูน่าที่พุ่งสูงขึ้นในเดือนกันยายน 2569 (แตะ 2,275 ดอลลาร์/ตัน) ส่งผลให้ราคาเฉลี่ย 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 18% YoY ซึ่งเป็น ปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาส 4/2569 โดยคาดว่าจะกระทบราว 50 bps เนื่องจากความล่าช้าในการส่งผ่านต้นทุน อย่างไรก็ตาม คาดว่าราคาปลาทูน่าจะเริ่มผ่อนคลายลงหลังจากมาตรการจำกัดการทำประมงหมดอายุลง ซึ่งจะช่วยให้ GPM ฟื้นตัวได้ดีขึ้นในไตรมาส 1/2570 สรุปภาพรวมการลงทุน แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบในระยะสั้น แต่ MST มองว่า TU มีความน่าสนใจในเชิง Valuation ที่ระดับ -1.5 SD ของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ประกอบกับแนวโน้มกำไรหลักที่คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2570 เป็นโอกาสดีสำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นพื้นฐานดีและมีอัตราเงินปันผลตอบแทนที่น่าดึงดูด