Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa ADVANC บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

ADVANC เผยกำไรไตรมาส 3 แกร่งแม้เจอช่วงโลว์ซีซั่น โบรกฯ ปรับเป้าใหม่รับต้นทุนเพิ่ม

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เตรียมประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/2569 โดยคาดการณ์กำไรสุทธิอยู่ที่ 1.33 หมื่นล้านบาท แม้จะปรับตัวลดลง 3% จากไตรมาสก่อนหน้าตามปัจจัยฤดูกาล แต่ยังคงเติบโตแข็งแกร่ง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยโบรกเกอร์ KGI ยังคงคำแนะนำ "Outperform" แต่ได้ปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 396 บาท จากเดิม 425 บาท รายละเอียดผลประกอบการและการลงทุน ในไตรมาส 3/2569 คาดว่ารายได้จะได้รับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล รวมถึงผลขาดทุนจากธุรกิจธนาคารเสมือนจริง (Virtual Bank) ประมาณ 200 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลบวก จากการประหยัดต้นทุนค่าคลื่นความถี่และการเติบโตของรายได้จากธุรกิจมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้าน (FBB) ยังคงเป็นปัจจัยหนุนหลัก ทั้งนี้ KGI ได้ปรับประมาณการกำไรปี 2569-2571 ลง 2% เนื่องจากรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) ที่ต่ำกว่าคาด และได้ ปรับเพิ่มงบลงทุน (CAPEX) ปี 2569 ขึ้นเป็น 4 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับการขยายโครงข่ายและระบบไอที ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์ นักวิเคราะห์มองว่า ADVANC กำลังเผชิญกับความท้าทายจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอลง โดยเฉพาะจากสถานการณ์น้ำท่วมในไตรมาส 4/2569 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำตลาดและการเพิ่มยอดขาย (Upselling) นอกจากนี้ การที่บริษัทมี ARPU สูงกว่าคู่แข่งอย่าง TRUE ทำให้มีความเสี่ยงมากกว่าหากเศรษฐกิจชะลอตัว อย่างไรก็ดี จุดเด่นที่น่าสนใจคืออัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่สูงถึง 5% ต่อปี ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนในระยะสั้น บทสรุปการลงทุน แม้โมเมนตัมการเติบโตจะชะลอตัวลงในไตรมาส 3/2569 แต่ในภาพรวม ADVANC ยังคงเป็นหุ้นที่แข็งแกร่งด้วยกระแสเงินสดที่มั่นคง โดย KGI ประเมินราคาเป้าหมายใหม่ที่ 396 บาท ด้วยวิธีคิดแบบ DCF (WACC 6.1%, TGR 0.5%) ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามการประมูลคลื่นความถี่รอบใหม่และการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของบริษัทในอนาคต