Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa MALEE บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

MALEE ปรับโครงสร้างธุรกิจเวียดนาม มุ่งเน้นสร้างกำไรระยะยาว

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE ประกาศแผนการจำหน่ายเงินลงทุนในธุรกิจที่เวียดนาม ซึ่งเป็นโรงงานรับจ้างผลิต (OEM) โดยโบรกเกอร์ KSS มองว่าเป็น ผลบวกในระยะยาว เนื่องจากธุรกิจดังกล่าวมีผลขาดทุนมาโดยตลอด การถอนตัวจะช่วยลดภาระและเพิ่มกำไรสุทธิได้ราว 6-15% ในปี 2027F รายละเอียดการปรับโครงสร้าง MALEE เตรียมจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท ลองควน เซฟฟู้ด จำกัด (LQSF) ซึ่งบริษัทถือหุ้นอยู่ 65% โดยคาดว่าจะมีมูลค่าการจำหน่ายประมาณ 40 ล้านบาท และจะดำเนินการเสร็จสิ้นภายในเดือนธันวาคม 2026 ทั้งนี้ ในระยะสั้นบริษัทจะรับรู้ ผลขาดทุนชั่วคราว (One-time loss) ประมาณ 10-20 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 3/2026 อย่างไรก็ตาม ในเชิงกลยุทธ์ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่อลดความซ้ำซ้อนและมุ่งเน้นการผลิตหลักในประเทศไทยที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ข้อสังเกตและมุมมองการลงทุน โบรกเกอร์ KSS คงคำแนะนำ “Neutral” โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 4.30 บาท (อิง P/BV 0.9x) สำหรับแนวโน้มผลประกอบการปี 2026 คาดว่ากำไรปกติจะอยู่ที่ 74 ล้านบาท (-75% YoY) เนื่องจากบริษัทอยู่ในช่วงการลงทุนสร้างตลาดในต่างประเทศและเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น แม้ว่าโรงงานในไทยทั้งที่สามพรานและปากช่องจะยังดำเนินงานได้ตามปกติและไม่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่การฟื้นตัวของกำไรยังคงต้องใช้เวลาในการสร้างฐานรายได้ใหม่ บทสรุป การตัดสินใจออกจากธุรกิจ OEM ในเวียดนามถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงโครงสร้างต้นทุนและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในอนาคต แม้ระยะสั้นจะมีผลกระทบจากรายการพิเศษ แต่ในระยะยาวจะช่วยให้ MALEE มีความคล่องตัวมากขึ้น นักลงทุนควรติดตามผลตอบรับจากการเปิดตลาดสินค้าสุขภาพและน้ำมะพร้าวในต่างประเทศ ซึ่งเป็นจุดเด่นสำคัญของบริษัทต่อไป