Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TFM บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน)

TFM เผชิญมรสุมต้นทุนพุ่งกดดันกำไรไตรมาส 3/26 แนะนำถือรอจังหวะฟื้นตัว

ไฮไลท์สำคัญ โบรกเกอร์ PI ออกบทวิเคราะห์หุ้น TFM (บริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด (มหาชน)) โดยแนะนำเพียง “ถือ” พร้อมประเมินราคาเป้าหมายที่ 6.3 บาท (อิง PER 10 เท่า) เนื่องจากผลประกอบการได้รับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่อยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะราคาปลาป่นและกากถั่วเหลือง รวมถึงความต้องการในตลาดที่ชะลอตัวลงจากลูกค้ารายใหญ่ที่ปรับลดการเลี้ยงกุ้งลง วิเคราะห์ผลประกอบการและปัจจัยกระทบ สำหรับงวดไตรมาส 3/26 คาดการณ์กำไรสุทธิอยู่ที่ 118 ล้านบาท ลดลง 47%YoY และ 27%QoQ โดยมีรายได้รวมประมาณ 1,589 ล้านบาท ลดลง 6%YoY แม้ธุรกิจในอินโดนีเซียจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่ภาพรวมยังถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาปลาป่นที่ปรับตัวขึ้นกว่า 45%YoY นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 20%YoY จากการขยายธุรกิจไปที่ประเทศเอกวาดอร์ ซึ่งบริษัทได้จัดตั้งบริษัทเรียบร้อยแล้ว แต่คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้จริงในช่วงปลายปี 2571 เป็นต้นไป ข้อสังเกตและสถานะทางการเงิน นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่ากำไรในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 คิดเป็นสัดส่วนเพียง 65% ของประมาณการกำไรทั้งปีที่ 632 ล้านบาท ประกอบกับไตรมาส 4 ไม่ใช่ช่วง High Season ของธุรกิจ ทำให้มีความเสี่ยงที่กำไรทั้งปีอาจต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างการปรับสูตรอาหารเพื่อลดต้นทุนวัตถุดิบและเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน แต่ต้องใช้เวลาในการทดสอบประสิทธิภาพก่อนนำออกสู่ตลาด ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำคัญในระยะสั้น ส่วนสรุป โดยรวม TFM ยังคงเผชิญกับปัจจัยลบรุมเร้า ทั้งในด้านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและการแข่งขันในธุรกิจอาหารปลากระพงที่รุนแรงขึ้น แม้จะมีแผนการลงทุนในต่างประเทศเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว แต่ผลดีจากการลงทุนที่เอกวาดอร์ยังต้องใช้เวลาอีกประมาณ 2 ปี จึงยังไม่มีปัจจัยบวกที่ชัดเจนในระยะใกล้ นักวิเคราะห์จึงยังคงคำแนะนำ “ถือ” เพื่อรอดูความชัดเจนของการฟื้นตัวของผลประกอบการต่อไป