Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa CPF บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)

CPF ชูธุรกิจอาหารนำทัพ ลุ้นฟื้นตัวต่อเนื่องปี 2570

ไฮไลท์สำคัญ บล.เอเซียพลัส (ASPS) ออกบทวิเคราะห์ CPF โดยคงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเหมาะสมปี 2570 ที่ 25.00 บาท ชูจุดเด่นความเป็นผู้นำธุรกิจเกษตรและอาหารครบวงจร พร้อมคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่น่าสนใจสูงกว่า 4% ต่อปี โดยมองว่าทิศทางผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 จะปรับตัวดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก และมีโอกาสฟื้นตัวต่อเนื่องไปจนถึงครึ่งปีแรกของปี 2570 เจาะลึกกลยุทธ์และการดำเนินงาน ผู้บริหาร CPF เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพควบคุมต้นทุนและบริหารความเสี่ยงมากกว่าการเร่งขยายกำลังผลิต โดยปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นธุรกิจ Food มากกว่า Feed และ Farm ผ่านการเพิ่มสัดส่วนสินค้ามูลค่าเพิ่มและ Ready Meal ขณะที่ธุรกิจไก่ยังมีศักยภาพจากการส่งออก ส่วนธุรกิจสุกรในไทยคาดว่าจะฟื้นตัวในไตรมาส 4 หลังผ่านช่วงเทศกาลกินเจและเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว ด้านธุรกิจสุกรในจีนแม้ปัจจุบันจะเผชิญภาวะ Supply ส่วนเกิน แต่ประเมินว่าผ่านจุดต่ำสุดแล้วและมีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2570 สำหรับต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ บริษัทได้มีการล็อกราคาล่วงหน้าถึงไตรมาส 1-2 ของปีหน้าเพื่อลดความผันผวน ข้อสังเกตและปัจจัยเสี่ยง แม้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2569 จะมีรายได้ 147,186 ล้านบาท แต่ยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ความผันผวนของราคาไก่และสุกร ซึ่งหากราคาขายปรับตัวลดลงจะกดดันรายได้และกำไรสุทธิ รวมถึง ความผันผวนของราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ และ ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นจะส่งผล กดดันแนวโน้มกำไรสุทธิ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์น้ำท่วมในไทยส่งผลกระทบจำกัดต่อการผลิต และยังช่วยหนุนยอดขายสินค้าอาหารในระยะสั้นจากการกักตุนสินค้า สรุปภาพรวมการลงทุน บล.เอเซียพลัส ประเมินว่า CPF มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งด้วยคะแนน ESG อยู่ในระดับดีมาก (4.33/5) โดยคาดการณ์กำไรปกติปี 2569 อยู่ที่ 19,207 ล้านบาท และจะเติบโตสู่ 20,240 ล้านบาทในปี 2570 การที่บริษัทมุ่งเน้นธุรกิจอาหารที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างรัดกุม ถือเป็น ปัจจัยบวกสำคัญ ที่จะช่วยหนุนให้บริษัทผ่านพ้นช่วงวัฏจักรขาลงของราคาเนื้อสัตว์โลกไปได้ และสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว