Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa CK บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)

ช.การช่างเข้าสู่รอบลงทุนใหม่ โบรกฯ มองราคาหุ้นยังถูกเกินไป เชียร์ ซื้อ เป้า 25.35 บาท

ไฮไลท์สำคัญ: โอกาสเติบโตจาก Mega Projects บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี (KSS) เริ่มต้นวิเคราะห์หุ้น CK ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2027F ไว้ที่ 25.35 บาท ซึ่งมี Upside สูงถึง 41.6% จากราคาปิดที่ 17.90 บาท โดยมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันยังไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและเงินลงทุนในบริษัทลูก (BEM, CKP และ TTW) เนื่องจากตลาดให้ส่วนลด (Holding Discount) สูงถึง -45% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ -25.8% พร้อมรับอานิสงส์จากรอบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐที่กำลังจะเกิดขึ้น ส่วนเนื้อหา: ฐานธุรกิจแกร่งและ Backlog รองรับรายได้ 4 ปี CK ก้าวขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 1 ของกลุ่มรับเหมาฯ ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 38% โดยมี Backlog ณ สิ้น Q2/2026 อยู่ที่ 146,305 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอรองรับการเติบโตของรายได้ไปอีกอย่างน้อย 4 ปี ทั้งนี้ ผลประกอบการ Q2/2026 มีกำไรสุทธิ 800 ล้านบาท เติบโตแรง 143% q-q จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพหนุน GPM แตะระดับ 8.15% รวมถึงได้รับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 58% q-q และดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงจากการทยอยคืนเงินกู้ ข้อสังเกต: ปัจจัยบวกและประเด็นความเสี่ยง นักวิเคราะห์ประเมินว่า Mega Projects ในช่วงครึ่งหลังปี 2026 ถึงปี 2028 มูลค่ารวมกว่า 7.7 แสนล้านบาท จะเป็นตัวเร่งสำคัญให้ Backlog กลับมาทำ New High และช่วยลด Holding Discount ลงได้ นอกจากนี้ ธุรกิจยังมี Ecosystem ที่แข็งแกร่งจากการถือหุ้นในบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ยังมี ข้อควรระวังเรื่องความผันผวนของต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรง รวมถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพาโครงการภาครัฐหากเกิดความล่าช้าในการประมูล และภาระหนี้สินที่ต้องติดตามความสามารถในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนอย่างใกล้ชิด ส่วนสรุป: มุมมองการลงทุน KSS ประเมินมูลค่าหุ้น CK ด้วยวิธี Sum-of-the-Parts (SOTP) โดยมองว่าการฟื้นตัวของกำไรจากธุรกิจก่อสร้างและการเติบโตของบริษัทลูกจะช่วยหนุนราคาหุ้นให้กลับมาสะท้อนมูลค่าที่แท้จริง โดยเฉพาะโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มและโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางที่จะเป็นเครื่องจักรสำคัญในการสร้างรายได้และกระแสเงินสดในระยะยาว ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าการประมูลงานภาครัฐที่จะเป็น Catalyst สำคัญในช่วง 2H26-2028 ต่อไป