Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa PTTEP บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

PTTEP เผชิญภาวะอุปทานตึงตัวระยะสั้น โบรกฯ ปรับเป้าหมายใหม่เป็น 147 บาท

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MST ออกบทวิเคราะห์หุ้น PTTEP โดยคงคำแนะนำ "ถือ" พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้นเล็กน้อยเป็น 147 บาท จากเดิม 145 บาท ตามการปรับเพิ่มประมาณการราคาน้ำมันดิบในปี 2569 แม้จะเผชิญภาวะอุปทานตึงตัวในระยะสั้น แต่คาดการณ์ว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายลงตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป รายละเอียดการวิเคราะห์และมุมมองการลงทุน MST ได้ปรับเพิ่มสมมติฐานราคาน้ำมันดิบ Brent ในปี 2569 เป็น 95 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากเดิม 85 เหรียญสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ยังคงประมาณการสำหรับปี 2570-2572 ไว้ที่ 70, 65 และ 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ตามลำดับ โดยมองว่าอุปทานน้ำมันดิบทั่วโลกจะกลับเข้าสู่ระดับปกติภายในช่วง 1Q70 ทั้งนี้ PTTEP มีเป้าหมายปริมาณการขายที่ 560,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน (kboed) ในปี 2569 และคาดว่าจะแตะระดับสูงสุดที่ 625,000 kboed ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม นักวิเคราะห์ให้ข้อสังเกตว่าการเติบโตของ PTTEP มีแนวโน้มจำกัดหลังจากปี 2571 หากไม่มีโครงการใหม่เข้ามาเสริม อย่างไรก็ตาม แหล่งอันดามันถือเป็นปัจจัยหนุนเชิงบวก (Upside) ที่สำคัญ หากบริษัทชนะการประมูลแปลงสัมปทานดังกล่าวภายใน 3Q70 จะช่วยเพิ่มปริมาณสำรองและขยายอายุการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ปัจจุบัน PTTEP มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง แต่เมื่อเทียบ Valuation แล้ว กลุ่มโรงกลั่นยังมีความน่าสนใจมากกว่าเนื่องจากซื้อขายที่ระดับ P/E และ P/BV ที่ต่ำกว่า สรุปภาพรวมการลงทุน แม้ PTTEP จะได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในระยะสั้น แต่ด้วยข้อจำกัดด้านการเติบโตของปริมาณการขายในระยะยาวและระดับ Valuation ที่สูงกว่ากลุ่มโรงกลั่น (เช่น BCP และ TOP) ทำให้ MST ยังคงแนะนำเพียง "ถือ" โดยนักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของการประมูลแหล่งอันดามัน ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างการเติบโตในอนาคต