2026-09-28T14:06:20+00:00 AiOMax MAXBRF-US ตลาดสหรัฐฯ จับตา Fed ขึ้นดอกเบี้ยดันทองร่วง น้ำมันพุ่งจากความตึงเครียด Hormuz ส่งผลกดดันค่าบาทและต้นทุนไทย ไฮไลท์สำคัญ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2026 โดยดัชนี S&P 500, NASDAQ และ Dow Jones ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม บรรยากาศการลงทุนในช่วงบ่ายวันนี้ยังคงได้รับแรงกดดันจากความคาดหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาน้ำมันดิบกลับพุ่งสูงขึ้นกว่า 1% จากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบ Hormuz หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการเปิดช่องแคบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจผลักดันเงินเฟ้อและส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานทั่วโลก สำหรับประเทศไทย แรงกดดันจากปัจจัยภายนอกดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทที่ธนาคารกรุงศรีฯ คาดการณ์ว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 33.15-33.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยจะจับตาบอนด์ยิลด์ทั่วโลกอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นไทยยังได้รับข่าวดีจากการที่ SET และ FETCO ร่วมคณะรัฐบาลไทยโรดโชว์ที่นิวยอร์กและลอนดอน เพื่อดึงดูดการลงทุนจากกองทุนระดับโลก ซึ่งอาจเป็นแรงหนุนต่อตลาดในระยะถัดไป ในขณะที่อุตสาหกรรมไทยหลายแห่ง เช่น ยางพารา (NER) กำลังเร่งปรับตัวรับมือกับกฎเกณฑ์ทางการค้าใหม่ๆ ของยุโรปและอาเซียน เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน เซนติเมนต์ตลาด: mixed · รอบข่าว: 🌤️ บ่ายนี้ · ตลาดสหรัฐ เนื้อหาตลาด Fed ขึ้นดอกเบี้ยกดทองร่วง ดันเงินดอลลาร์แข็ง — ความคาดหวังว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยลึกขึ้น ทำให้ราคาทองคำ (XAU/USD) ปรับตัวลงต่อเนื่อง สะท้อนถึงการไหลออกของเงินจากสินทรัพย์ปลอดภัยไปสู่สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น ซึ่งอาจหนุนให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นและส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าลง กระทบต้นทุนนำเข้าของไทยและมูลค่า ADR ในรูปเงินบาท (BAY) ความตึงเครียด Hormuz ดันราคาน้ำมันพุ่ง — ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นกว่า 1% หลังประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านในการเปิดช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์นี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้น กระทบต้นทุนพลังงานของไทยโดยตรง และอาจเพิ่มแรงกดดันเงินเฟ้อ (BNO, DBO, GUSH, IEO) โรดโชว์รัฐบาลไทยดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ — SET และ FETCO ร่วมคณะรัฐบาลไทยโรดโชว์ในนิวยอร์กและลอนดอน ได้รับการตอบรับที่ดีจากกองทุนระดับโลก ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ และอาจนำไปสู่การไหลเข้าของเงินทุนสู่ตลาดหุ้นไทยในอนาคต ค่าเงินบาทจับตาบอนด์ยิลด์โลก — ธนาคารกรุงศรีฯ คาดการณ์เงินบาทสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 33.15-33.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ โดยปัจจัยสำคัญคือบอนด์ยิลด์ทั่วโลก ซึ่งได้รับผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ยของ Fed หากบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ สูงขึ้น อาจหนุนเงินดอลลาร์และกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง กระทบต่อผู้ส่งออกและผู้นำเข้าไทย (BAY) อุตสาหกรรมไทยเร่งปรับตัวรับกฎ EUDR/ASEAN Taxonomy — NER และอุตสาหกรรมอื่นๆ ของไทยกำลังเร่งปรับตัวรับมือกับกฎเกณฑ์ใหม่ๆ เช่น EUDR และ ASEAN Taxonomy ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามมาตรฐานใหม่ เพื่อรักษาและขยายส่วนแบ่งตลาดในยุโรปและอาเซียน ทำให้สินค้าไทยยังคงแข่งขันได้ในตลาดโลก (NER, IRPC, GREEN) ข้อสังเกต & สิ่งที่ควรจับตา จับตาการเคลื่อนไหวของ Fed และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด — การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed และความตึงเครียดในช่องแคบ Hormuz ส่งผลโดยตรงต่อค่าเงินบาท ต้นทุนพลังงาน และทิศทางเงินเฟ้อ ซึ่งมีผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทไทยและกำลังซื้อของผู้บริโภค พิจารณาผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อาจอ่อนค่าลงต่อหุ้น ADR และบริษัทไทยที่มีรายได้หรือค่าใช้จ่ายเป็นสกุลเงินดอลลาร์ — หากเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากนโยบาย Fed อาจส่งผลให้มูลค่าหุ้น ADR ในรูปเงินบาทลดลง และมีผลต่อกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนของบริษัทไทยที่มีการค้าต่างประเทศ มองหาโอกาสในหุ้นไทยที่ได้รับประโยชน์จากการปรับตัวตามกฎเกณฑ์การค้าระหว่างประเทศใหม่ๆ หรือบริษัทที่ได้รับอานิสงส์จากแผนการดึงดูดการลงทุนของรัฐบาล — บริษัทไทยที่สามารถปรับตัวเข้ากับมาตรฐานใหม่ๆ เช่น EUDR หรือได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติหลังการโรดโชว์ อาจมีศักยภาพในการเติบโตที่ดีขึ้น ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยภายนอก สรุป ตลาดสหรัฐฯ จับตา Fed ขึ้นดอกเบี้ยดันทองร่วง น้ำมันพุ่งจากความตึงเครียด Hormuz ส่งผลกดดันค่าบาทและต้นทุนไทย อัปเดตตลาดสหรัฐ รอบ🌤️ บ่ายนี้ — ใช้จัดพอร์ตและประเมินความเสี่ยงตามสถานการณ์ AiOMax — ติดตามข่าวตลาดและเครื่องมือลงทุน เว็บไซต์: https://aiomax.panphol.com Add Line @aiomax: @aiomax