Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa MGT บริษัท เมกาเคม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

โกลเบล็กเชียร์ซื้อ MGT รับการเติบโตจากฐานลูกค้าใหม่และแผนขยายธุรกิจ

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก แนะนำ “ซื้อ” หุ้น MGT โดยประเมินราคาเหมาะสมปี 2570 ไว้ที่ 2.70 บาท อ้างอิงจากค่าเฉลี่ย PER ย้อนหลัง 3 ปีที่ 10 เท่า และคาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2570 ที่ 0.27 บาท พร้อมคาดการณ์อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าสนใจระดับ 6% ต่อปี วิเคราะห์ผลประกอบการและทิศทางธุรกิจ ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 บริษัทมีกำไรสุทธิ 36.9 ล้านบาท เติบโตโดดเด่น +20.8% QoQ และ +59.9% YoY โดยมีรายได้จากการดำเนินงาน 346.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการขยายความร่วมมือกับกลุ่มลูกค้าและซัพพลายเออร์ รวมถึงการนำผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษใหม่ๆ เข้ามาในพอร์ตโฟลิโออย่างต่อเนื่อง แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนนำเข้าสารเคมีที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ที่ 32.1% สำหรับแนวโน้มช่วงครึ่งหลังของปี 2569 และปี 2570 บริษัทมุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่มธุรกิจ High Margin เช่น Lifestyle Biotech, Health & Personal Care และ Food Ingredients รวมถึงการมองหาโอกาสในการทำ M&A หรือ Joint Venture เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว ข้อสังเกตและปัจจัยที่ควรพิจารณา แม้ภาพรวมการเติบโตจะสดใส แต่ฝ่ายวิจัยมีข้อสังเกตเรื่องความผันผวนของราคาน้ำมันที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนนำเข้าสารเคมี ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต่ออัตรากำไร ทั้งนี้บริษัทมีการบริหารจัดการ Supply Chain อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ความล่าช้าในการส่งสินค้า และความผันผวนของราคาวัตถุดิบ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีความแข็งแกร่งทางการเงินด้วยสัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.4 เท่า และมีกระแสเงินสดที่เตรียมพร้อมสำหรับการขยายธุรกิจ สรุปภาพรวมการลงทุน ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569-2570 ไว้ที่ 101.4 ล้านบาท และ 106.5 ล้านบาท ตามลำดับ โดยมองว่า MGT ยังคงเป็นหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตผ่านกลยุทธ์ Chemical Solution Provider และการขยายฐานพันธมิตรใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมที่ 2.70 บาท จึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสในหุ้นที่มีการเติบโตและมีนโยบายการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ