Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa ERW บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ERW ลุ้นรับทรัพย์ช่วงปลายปี โบรกฯ ชี้เป้าซื้อรับการเติบโตของกลุ่มโรงแรม

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW ได้รับคำแนะนำให้ "ซื้อ" โดยโบรกเกอร์ PI ประเมินราคาพื้นฐานไว้ที่ 4.20 บาท โดยมองว่าบริษัทกำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตครั้งใหม่ (New S-Curve) จากการขยายธุรกิจโรงแรมกลุ่ม Budget อย่างต่อเนื่องในระดับภูมิภาค APAC ควบคู่ไปกับการปรับปรุงโรงแรมระดับ Luxury เพื่อเพิ่มอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ADR) ให้สูงขึ้น เจาะลึกทิศทางธุรกิจและการเติบโต บริษัทวางงบลงทุนปีละ 3-4 พันล้านบาท เพื่อขยายและปรับปรุงห้องพัก โดยเน้นหนักในกลุ่ม Budget Hotels (HOP INN) ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมากในไทย ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น สำหรับในส่วนของโรงแรม Grand Hyatt Erawan บริษัทได้ทุ่มงบ 500 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงห้องพักและห้องจัดเลี้ยง คาดว่าจะช่วยดัน ADR เพิ่มขึ้น 10%-15% นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 (2H26) ยังมีแรงหนุนจากงานประชุมระดับโลกอย่าง IMF-World Bank และเทศกาลดนตรี Tomorrowland Thailand ซึ่งจะช่วยผลักดันรายได้รวมปี 2026 ให้เติบโตตามเป้าที่ 8.4 พันล้านบาท (+6% YoY) และกำไรสุทธิ 952 ล้านบาท (+14% YoY) ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม นักวิเคราะห์ได้ตั้งข้อสังเกตถึงความเสี่ยงสำคัญคือ การต่อสัญญาเช่าที่ดินของโรงแรม Grand Hyatt Erawan ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจา แม้โอกาสที่จะไม่ได้รับการต่อสัญญาจะมีน้อยมาก แต่หากเกิดขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรปี 2027 ราว 10%-11% นอกจากนี้ ในไตรมาส 2/2026 ที่ผ่านมา บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 72 ล้านบาท เติบโต 14% YoY โดยได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวกลุ่มสหรัฐฯ จีน และออสเตรเลีย ที่เข้ามาทดแทนกลุ่มตะวันออกกลางที่อ่อนตัวลง สรุปภาพรวมการลงทุน โบรกเกอร์ PI ประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธี EV/EBITDA ที่ 11 เท่าของปี 2027 ซึ่งสะท้อนความระมัดระวังต่อความเสี่ยงเรื่องสัญญาเช่าแล้ว โดยมองว่า ERW เป็นหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตระยะยาวผ่านโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่ง ทั้งในกลุ่มโรงแรมหรูและโรงแรมราคาประหยัดที่กำลังขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญในต่างประเทศ นักลงทุนจึงสามารถเข้าสะสมเพื่อรับโอกาสการเติบโตของรายได้และกำไรที่จะทยอยปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจนถึงปี 2027