Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa KTC บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

KTC โชว์ศักยภาพธุรกิจบัตรเครดิตโตแกร่ง พร้อมรุกธุรกิจติดตามหนี้เต็มสูบ

ไฮไลท์สำคัญ โบรกเกอร์ BLS (บัวหลวง) ออกบทวิเคราะห์ KTC (บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)) โดยคงคำแนะนำ "BUY" และคงราคาเป้าหมายที่ 42.0 บาท ชี้เป้าการเติบโตของยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตปี 2569 ที่ 5% YoY พร้อมรับผลบวกจากการเข้าซื้อกิจการ WIN ซึ่งเป็นบริษัทติดตามหนี้ ช่วยลดความเสี่ยงการจ้างงานภายนอกและสร้างโอกาสทำกำไรในระยะยาว เจาะลึกผลประกอบการและการดำเนินงาน ภาพรวมการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตยังคงแข็งแกร่ง โดยในช่วงเดือน ก.ค. และ ส.ค. 2569 เติบโต 5% YoY ตามเป้าหมายที่วางไว้ แม้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/2569 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิ 2.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY จากการตั้งสำรองที่ลดลง แต่ลดลง 4% QoQ จากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ส่วนในไตรมาส 4/2569 คาดว่ากำไรจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 2.2 พันล้านบาท หนุนโดย NIM ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ บริษัทได้เข้าซื้อกิจการ WIN เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามหนี้ ซึ่งในอนาคตมีโอกาสสร้างกำไรเพิ่มเติมจากการให้บริการแก่ KTB อีกด้วย ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้ผลการดำเนินงานจะอยู่ในเกณฑ์ดี แต่มีประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังคือ ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลให้ยอดใช้จ่ายต่อรายการลดลง นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าอัตราส่วนหนี้เสีย (NPL) ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.90% จาก 1.85% ในไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม คุณภาพสินทรัพย์โดยรวมยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี และบริษัทมีความเข้มงวดในการคัดกรองสินเชื่อใหม่เพื่อควบคุมความเสี่ยง สรุปภาพรวมการลงทุน BLS มองว่า KTC มีพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและได้รับปัจจัยบวกจากการบริหารจัดการหนี้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นผ่าน WIN รวมถึงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนลดลงหากมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Repo rate) โดยประเมินราคาเป้าหมายพื้นฐานไว้ที่ 42.0 บาท ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตที่มั่นคงและการบริหารจัดการความเสี่ยงที่รัดกุมจนถึงสิ้นปี 2569