Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa MAJOR บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)

MAJOR ประกาศซื้อหุ้นคืนรอบที่ 4 ตอกย้ำความเชื่อมั่นฐานะการเงินแกร่ง

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR ประกาศอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 4 ภายใต้วงเงินไม่เกิน 550 ล้านบาท หรือไม่เกิน 68 ล้านหุ้น (คิดเป็น 9.97% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้ว) โดยมีกำหนดการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 69 ถึง 31 มี.ค. 70 สะท้อนถึงความมั่นใจของผู้บริหารว่าราคาหุ้นปัจจุบันยังต่ำกว่ามูลค่าที่เหมาะสมอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมตอกย้ำความแข็งแกร่งของฐานะการเงินด้วยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Net Gearing) ณ สิ้นไตรมาส 2/69 ที่ระดับเพียง 0.59 เท่า เจาะลึกกลยุทธ์และการเติบโต ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส (ASPS) มองว่าการซื้อหุ้นคืนต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 4 นับตั้งแต่ปี 2566 เป็นการจัดสรรเงินทุน (Capital Allocation) ที่เน้นเพิ่มมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นในระยะยาวผ่านการลดจำนวนหุ้นจดทะเบียน ซึ่งจะส่งผลบวกต่อคุณภาพของกำไรต่อหุ้น (EPS) และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ให้สูงขึ้น สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 (2H69) คาดว่าจะฟื้นตัวโดดเด่นจากโปรแกรมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ อาทิ Spider-Man, Odyssey, ธี่หยด สมิงเขาขวาง, นาคี 3 และ Avengers: Doomsday ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ทั้งจากค่าตั๋ว (Admission) อาหารและเครื่องดื่ม (Concession) และโฆษณา (Advertising) ควบคู่ไปกับการขยายโรง IMAX และมาตรการลดต้นทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ข้อสังเกตจากนักวิเคราะห์ ฝ่ายวิจัยระบุว่า ตลาดปัจจุบันอาจยังให้น้ำหนักกับผลประกอบการในอดีตมากเกินไป จนมองข้ามการฟื้นตัวที่กำลังเกิดขึ้นจริง ทั้งนี้บริษัทมีประวัติการซื้อหุ้นคืนที่ชัดเจนและมีการตัดหุ้นที่ซื้อคืนจริงหลังจบโครงการ ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นได้ว่าประโยชน์จากการลดจำนวนหุ้นจะเกิดขึ้นจริง นอกจากนี้ MAJOR ยังมีสถานะทางการเงินที่มั่นคงและมีสภาพคล่องเพียงพอรองรับโครงการดังกล่าวโดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพของบริษัท สรุปคำแนะนำการลงทุน บล.เอเซียพลัส คงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 10.22 บาท โดยมองว่าราคาหุ้นปัจจุบันยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับศักยภาพการเติบโตของกำไรในระยะข้างหน้า ทั้งจากปัจจัยหนุนด้านโปรแกรมภาพยนตร์ที่แข็งแกร่ง การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน และมาตรการซื้อหุ้นคืนที่ช่วยเพิ่มผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นอย่างเป็นรูปธรรม