Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa MAGURO บริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

MAGURO เดินหน้าขยายสาขาเชิงรุก มั่นใจผลงานครึ่งปีหลังโตเด่น

ไฮไลท์สำคัญ โบรกเกอร์ KGI คงคำแนะนำ "Outperform" สำหรับหุ้น MAGURO โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 25.00 บาท อ้างอิงจาก PER ปี 2570 ที่ระดับ 16 เท่า โดยมองว่าแนวโน้มการเติบโตของบริษัทยังคงแข็งแกร่งจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัวแบรนด์ใหม่ๆ และคาดการณ์ว่าอัตรากำไรจะฟื้นตัวได้ดีในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 ส่วนเนื้อหา ผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกของปี 2569 รายได้เติบโตถึง 32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่บริษัทวางไว้ โดยได้รับแรงหนุนจากการขยายสาขาใหม่ 11 แห่งในช่วงที่ผ่านมา สำหรับแผนงานในครึ่งปีหลัง บริษัทเตรียมเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 16 แห่ง ส่งผลให้เป้าหมายรวมทั้งปี 2569 อยู่ที่ 21 แห่ง นอกจากนี้ยังมีการรุกตลาดด้วยแบรนด์ใหม่ เช่น Kaiten Sushi Ginza Onodera, Laii และ Age.3 ซึ่งคาดว่าจะช่วยชดเชยยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ที่อาจชะลอตัวลงจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอลงได้ ผลบวกสำคัญคือการปรับสัดส่วนแบรนด์ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น เช่น Hitori Shabu และ Maguro Kappou เข้ามาแทนที่แบรนด์หลัก ซึ่งจะช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนและสนับสนุนให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ข้อสังเกต แม้ในช่วงครึ่งปีแรกอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะปรับตัวลงมาอยู่ที่ 47.2% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 6.5% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการเตรียมเปิดสาขาใหม่ แต่ KGI คาดการณ์ว่าแรงกดดันดังกล่าวจะเริ่มผ่อนคลายลงในครึ่งปีหลัง เนื่องจากสาขาที่เปิดใหม่เริ่มสร้างรายได้เข้ามาเต็มที่ ทั้งนี้บริษัทมีแผนขยายสาขาต่อเนื่องอีก 20 แห่งในปี 2570 ซึ่งจะช่วยผลักดันให้กำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ได้ถึง 18% ในช่วงปี 2569-2571 อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจร้านอาหาร และภาวะเศรษฐกิจที่อาจส่งผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค ส่วนสรุป KGI คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 3/2569 จะเติบโตทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า และคาดว่าในไตรมาส 4/2569 ผลประกอบการจะทำสถิติสูงสุดใหม่ (New High) จากการรับรู้รายได้ของสาขาใหม่ที่เพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยรวมถือเป็นหุ้นที่มีศักยภาพการเติบโตสูงจากแผนการขยายธุรกิจที่ชัดเจนและต่อเนื่อง