Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa RATCH บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

RATCH รับอานิสงส์ความต้องการ Data Center พุ่ง โบรกฯ อัปเกรดคำแนะนำเป็น ซื้อ

โอกาสเติบโตครั้งใหม่จากสินทรัพย์เดิมและโครงการต่างประเทศ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH ได้รับการปรับคำแนะนำการลงทุนขึ้นเป็น "ซื้อ" โดยโบรกเกอร์ FSSIA พร้อมปรับราคาเป้าหมายใหม่ขึ้นสู่ระดับ 50.00 บาท (จากเดิม 34.80 บาท) ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพในการเติบโตที่โดดเด่น ทั้งจากการต่อยอดสินทรัพย์โรงไฟฟ้าเดิมเพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของ Data Center และการขยายโครงการใหม่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในอินโดนีเซียที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในระยะยาว เจาะลึกกลยุทธ์การเติบโตและผลประกอบการ นักวิเคราะห์ประเมินว่า RATCH มีความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์จากการใช้พื้นที่โรงไฟฟ้าราชบุรี (RG) ขนาด 3.6GW ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมอยู่แล้ว เพื่อพัฒนาเป็น Data Center Campus หรือต่ออายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ภายใต้แผน PDP 2026 ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มได้ถึง 15 บาทต่อหุ้น นอกจากนี้ ในอินโดนีเซีย บริษัทยังเตรียมประมูลโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ (CCGT) ขนาด 1GW และคาดว่าจะมีความชัดเจนในการควบรวมกิจการ (M&A) โครงการขนาด 340MW ในเดือนธันวาคม 2569 นี้ ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของกระแสเงินสดในอนาคต ข้อสังเกตด้านการเงินและความเสี่ยงที่ต้องจับตา ในส่วนของผลประกอบการ คาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป จากการเริ่มเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) ของโครงการโรงไฟฟ้าหินกอง (HKP) และการเพิ่มกำลังการผลิตใหม่กว่า 643MW ในปี 2568 อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบ ได้แก่ ความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ต่ำกว่าคาด , ความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติ และ ความล่าช้าในการเริ่มโครงการใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไรและกระแสเงินสดของบริษัทได้ สรุปภาพรวมการลงทุน โบรกเกอร์ FSSIA มองว่า RATCH เป็นหุ้นที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนในระยะกลางถึงยาว ด้วยสถานะการเงินที่มั่นคงและกลยุทธ์การเติบโตที่ชัดเจน ทั้งการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าสะอาดในออสเตรเลียและภูมิภาคเอเชีย รวมถึงการปรับเปลี่ยนสินทรัพย์เดิมให้สอดรับกับเทรนด์เทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้บริษัทมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้นและรักษาความสามารถในการทำกำไร (ROE) ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง