2026-09-18T19:13:06+00:00 iaa MAJOR บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) MAJOR ลุ้นกำไรฟื้นตัวแรงรับหนังฟอร์มยักษ์ พร้อมลดทุนหนุนมูลค่าหุ้น ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์หุ้น MAJOR โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2027 ขึ้นเป็น 9.75 บาท (จากเดิม 9.20 บาท) โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2026 และการประกาศลดทุนจากการตัดหุ้นซื้อคืนจำนวน 75.67 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 9.98% ของหุ้นทั้งหมด ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงต่อมูลค่าต่อหุ้นของผู้ถือหุ้น วิเคราะห์ผลประกอบการและแนวโน้มการเติบโต สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/2026 คาดว่าจะฟื้นตัวเด่นทั้งจากไตรมาสก่อน (QoQ) และช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากแรงหนุนของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทั้งไทยและฮอลลีวูดที่เข้าฉายจำนวนมาก ส่งผลให้รายได้จากตั๋วหนัง อาหาร และเครื่องดื่มเติบโตในระดับ double digit ขณะที่รายได้ค่าโฆษณาก็เติบโตในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ ต้นทุนคงที่ที่บริหารจัดการได้ดีจะช่วยให้กำไรเติบโตเร็วกว่ารายได้ ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/2026 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องจากภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ช่วงปลายปี ทั้งนี้ แม้ผลประกอบการครึ่งปีแรก (1H26) จะค่อนข้างอ่อนแอ แต่โบรกเกอร์ยังคงประมาณการกำไรปี 2026 ไว้ที่ 555 ล้านบาท ข้อสังเกตด้านกลยุทธ์และการลงทุน บริษัทมีแผนการเติบโตที่ชัดเจนในปี 2027 ผ่านการขยายโรงภาพยนตร์เพิ่ม 25–30 โรง และขยายโรง IMAX เพื่อตอบโจทย์กลุ่มพรีเมียม ควบคู่ไปกับการควบคุมต้นทุนด้วยการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร นอกจากนี้ยังมีการต่อยอดธุรกิจป๊อปคอร์นร่วมกับ TKN เพื่อขยายช่องทางจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพารายได้จากจำนวนผู้ชมในโรงภาพยนตร์เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ยอดขายป๊อปคอร์นยังไม่โดดเด่นนัก แต่โบรกเกอร์ยังคงมีมุมมองเชิงบวกในระยะกลางถึงยาว ส่วนสรุปการประเมินมูลค่า โบรกเกอร์ประเมินมูลค่าพื้นฐานด้วยวิธี DCF (Discounted Cash Flow) ภายใต้สมมติฐาน WACC ที่ 8.0% และ Terminal Growth ที่ 2.5% โดยการปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 9.75 บาท เป็นผลมาจากการคำนวณจำนวนหุ้นที่ลดลงหลังการตัดหุ้นซื้อคืน ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ถือหุ้น โดยภาพรวม MAJOR ยังคงเป็นหุ้นที่น่าสนใจจากการฟื้นตัวของธุรกิจหลักและการบริหารจัดการโครงสร้างทุนที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้จริง