Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa MAJOR บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)

MAJOR ลุ้นกำไรฟื้นตัวแรงรับหนังฟอร์มยักษ์ พร้อมลดทุนหนุนมูลค่าหุ้น

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์หุ้น MAJOR โดยคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับราคาเป้าหมายปี 2027 ขึ้นเป็น 9.75 บาท (จากเดิม 9.20 บาท) โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการฟื้นตัวของผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2026 และการประกาศลดทุนจากการตัดหุ้นซื้อคืนจำนวน 75.67 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 9.98% ของหุ้นทั้งหมด ซึ่งส่งผลบวกโดยตรงต่อมูลค่าต่อหุ้นของผู้ถือหุ้น วิเคราะห์ผลประกอบการและแนวโน้มการเติบโต สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/2026 คาดว่าจะฟื้นตัวเด่นทั้งจากไตรมาสก่อน (QoQ) และช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากแรงหนุนของภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทั้งไทยและฮอลลีวูดที่เข้าฉายจำนวนมาก ส่งผลให้รายได้จากตั๋วหนัง อาหาร และเครื่องดื่มเติบโตในระดับ double digit ขณะที่รายได้ค่าโฆษณาก็เติบโตในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ ต้นทุนคงที่ที่บริหารจัดการได้ดีจะช่วยให้กำไรเติบโตเร็วกว่ารายได้ ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/2026 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องจากภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ช่วงปลายปี ทั้งนี้ แม้ผลประกอบการครึ่งปีแรก (1H26) จะค่อนข้างอ่อนแอ แต่โบรกเกอร์ยังคงประมาณการกำไรปี 2026 ไว้ที่ 555 ล้านบาท ข้อสังเกตด้านกลยุทธ์และการลงทุน บริษัทมีแผนการเติบโตที่ชัดเจนในปี 2027 ผ่านการขยายโรงภาพยนตร์เพิ่ม 25–30 โรง และขยายโรง IMAX เพื่อตอบโจทย์กลุ่มพรีเมียม ควบคู่ไปกับการควบคุมต้นทุนด้วยการปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร นอกจากนี้ยังมีการต่อยอดธุรกิจป๊อปคอร์นร่วมกับ TKN เพื่อขยายช่องทางจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพารายได้จากจำนวนผู้ชมในโรงภาพยนตร์เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ยอดขายป๊อปคอร์นยังไม่โดดเด่นนัก แต่โบรกเกอร์ยังคงมีมุมมองเชิงบวกในระยะกลางถึงยาว ส่วนสรุปการประเมินมูลค่า โบรกเกอร์ประเมินมูลค่าพื้นฐานด้วยวิธี DCF (Discounted Cash Flow) ภายใต้สมมติฐาน WACC ที่ 8.0% และ Terminal Growth ที่ 2.5% โดยการปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 9.75 บาท เป็นผลมาจากการคำนวณจำนวนหุ้นที่ลดลงหลังการตัดหุ้นซื้อคืน ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ถือหุ้น โดยภาพรวม MAJOR ยังคงเป็นหุ้นที่น่าสนใจจากการฟื้นตัวของธุรกิจหลักและการบริหารจัดการโครงสร้างทุนที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้จริง