Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa KBANK ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

KBANK เดินหน้าเสริมแกร่งเงินกองทุน ออกตราสารหนี้ใหม่ 800 ล้านดอลลาร์

1. ไฮไลท์สำคัญ: การบริหารจัดการเงินกองทุนเชิงรุก ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ประกาศออกตราสารด้อยสิทธิเพื่อนับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 (Tier 2 Subordinated Notes) มูลค่า 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 2.7 หมื่นล้านบาท โดยมีอายุ 10 ปี และกำหนดอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 6.278% ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการไถ่ถอนตราสารชุดเดิมที่จะครบกำหนดในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 นี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงินให้มีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง 2. ส่วนเนื้อหา: มุมมองจากโบรกเกอร์ BLS บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง (BLS) ได้วิเคราะห์การออกตราสารดังกล่าวว่าเป็นการทดแทนหุ้นกู้ชุดเดิมที่มีอัตราดอกเบี้ย 2.935% ทำให้ต้นทุนทางการเงินของธนาคารปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย โดยประเมินผลกระทบต่อกำไรสุทธิในปี 2569 ไว้ที่ราว 0.3% (คำนวณจากผลกระทบในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี) และคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อกำไรในปี 2570 ประมาณ 1.2% อย่างไรก็ตาม สถานะเงินกองทุนของธนาคารยังคงมีความแข็งแกร่งมาก โดยคาดการณ์ว่าอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) จะยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 19.24% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 12% อยู่มาก 3. ข้อสังเกต: ผลกระทบต่อกำไรและสถานะทางการเงิน แม้ว่าการออกตราสารใหม่จะมีต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงกว่าเดิม ซึ่งเป็น ปัจจัยกดดันต่อกำไรสุทธิในระยะสั้น แต่ในมุมมองของนักวิเคราะห์ถือว่าอยู่ในระดับที่จำกัดและไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาพรวมของธนาคาร โดยจุดเด่นที่สำคัญคือการรักษาฐานเงินกองทุนให้มีความพร้อมสำหรับการขยายตัวของสินเชื่อและการบริหารความเสี่ยงในอนาคต ซึ่งเป็นกลยุทธ์ปกติในการบริหารจัดการโครงสร้างหนี้สินของธนาคารขนาดใหญ่ 4. ส่วนสรุป: คำแนะนำการลงทุน บล.บัวหลวง มีมุมมองเป็นกลางต่อการออกตราสารด้อยสิทธิในครั้งนี้ เนื่องจากผลกระทบต่อกำไรอยู่ในวงจำกัดและเป็นไปตามแผนการบริหารจัดการเงินกองทุน ทั้งนี้ทางโบรกเกอร์ยังคง แนะนำ "ซื้อ" KBANK โดยให้เหตุผลสนับสนุนจากแนวโน้มรายได้ค่าธรรมเนียมที่เติบโตได้ดี รวมถึงคุณภาพสินทรัพย์ (Asset Quality) ที่ยังคงอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 (2H26)