Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SCC บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)

SCC ปลดล็อกความกังวลหลังโรงงานโอเลฟินส์กลับมาเดินเครื่องเต็มสูบ

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ได้รับข่าวดีหลังโรงงานโอเลฟินส์ของบริษัทระยองโอเลฟินส์ (ROC) กลับมาเปิดดำเนินการตามปกติอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย. 2569 ที่ผ่านมา หลังหยุดเดินเครื่องชั่วคราวจากปัญหาการจัดหาวัตถุดิบ Naphtha โดยคาดว่าอัตราการเดินเครื่องจะทยอยกลับสู่ระดับ 80-85% ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะถัดไป รายละเอียดการดำเนินงานและมุมมองโบรกเกอร์ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส (ASPS) ได้วิเคราะห์สถานการณ์ดังกล่าวและคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ ราคาเหมาะสมที่ 310 บาทต่อหุ้น ซึ่งประเมินจากความสามารถในการปรับโครงสร้างการจัดหาวัตถุดิบออกจากตะวันออกกลางได้เกือบทั้งหมด ทำให้บริษัทมีความมั่นใจในการบริหารต้นทุน นอกจากนี้ การกลับมาของ ROC ยังช่วยรองรับแผนการหยุดซ่อมบำรุงใหญ่ของโรงงาน MOC ในช่วงปลายปีนี้ได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2569 ไว้ที่ 20.19 บาท และปี 2570 ที่ 19.11 บาท โดยใช้วิธีประเมินมูลค่าหุ้นตามปัจจัยพื้นฐานที่สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงานและการสร้าง Synergy ในอนาคต ข้อสังเกตและประเด็นติดตาม สิ่งที่นักลงทุนควรจับตาเป็นพิเศษคือความคืบหน้าการศึกษาความร่วมมือระหว่าง SCGC และ PTTGC ในธุรกิจโอเลฟินส์และโพลิโอเลฟินส์ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ หากดีลดังกล่าวสำเร็จจะช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสินทรัพย์ และสร้างความยืดหยุ่นท่ามกลางภาวะอุปทานส่วนเกินของโลก อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงจากแรงกดดันของกำลังการผลิตใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดในช่วงปี 2570-2571 รวมถึงความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด บทสรุปการลงทุน การกลับมาเดินเครื่องของ ROC ช่วย ลดความไม่แน่นอนของธุรกิจปิโตรเคมี และเป็นปัจจัยหนุนสำคัญให้ SCC รักษาความต่อเนื่องในการส่งมอบสินค้าได้ แม้ในช่วงไตรมาส 4 จะเป็นช่วง Low Season ของอุตสาหกรรม แต่ด้วยโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพอย่าง LSPE Ethane และ CBM Transformation จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของกำไรสุทธิในระยะยาว โดยทางเทคนิคแนวโน้มราคาหุ้นมีทิศทาง SIDEWAYS UP โดยมีแนวรับที่ 245-250 บาท และแนวต้านที่ 270-275 บาท