Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SC บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

SC มั่นใจครึ่งปีหลังโตแกร่ง ลุยเปิดโครงการใหม่หนุนกำไรพุ่งทำจุดสูงสุด

ไฮไลท์สำคัญ: ผลงานไตรมาส 2 โดดเด่นเกินคาด บมจ. เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น (SC) โชว์ฟอร์มแกร่งในไตรมาส 2/2569 ด้วยกำไรสุทธิ 668 ล้านบาท พุ่งขึ้น 59.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และโตกระโดด 454.8% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งถือเป็นระดับกำไรที่สูงที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่ง โดยได้รับแรงหนุนจากรายได้ที่เติบโต 35% และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวดีขึ้นสู่ระดับ 30.7% ส่งผลให้กำไรสะสมครึ่งปีแรกอยู่ที่ 788 ล้านบาท คิดเป็น 47% ของประมาณการทั้งปี เนื้อหาข่าว: กลยุทธ์รุกหนักครึ่งปีหลังและแผนขยายธุรกิจ โบรกเกอร์จาก KSecurities (KS) วิเคราะห์ว่า SC เตรียมเร่งเครื่องในช่วงครึ่งปีหลัง (2H69) ด้วยการเปิดตัวบ้านซีรีส์ใหม่ 8 แบบ และรุกตลาดรวม 22 โครงการ นอกจากนี้ ธุรกิจโรงแรมและคลังสินค้ากำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ โดยเตรียมเปิดโรงแรมใหม่ 2 แห่ง คือ Voco Bangkok Siam และโรงแรมที่พัทยา ดันจำนวนห้องพักรวมเป็น 1,185 ห้อง ส่วนธุรกิจคลังสินค้าตั้งเป้าขยายพื้นที่เป็น 4 แสนตารางเมตรภายในปีนี้ และมุ่งสู่ 1 ล้านตารางเมตรภายในปี 2572 ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนให้กำไรของบริษัททำจุดสูงสุดของปีได้ในไตรมาส 4/2569 ข้อสังเกต: ปัจจัยบวกและสิ่งที่ต้องจับตา แม้ภาพรวมจะดูสดใส แต่ในไตรมาส 3/2569 กำไรมีแนวโน้ม ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากยอดโอนคอนโดมิเนียมที่ลดลงหลังจากรับรู้รายได้โครงการ COBE รัชดา-พระราม 9 ไปมากแล้วในไตรมาส 2 อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่ 2 โครงการใหญ่ มูลค่ารวม 2.55 หมื่นล้านบาท ได้แก่ Reference Baie River Bangpho ในเดือนกันยายน และโครงการ Ultra Luxury ย่านพระราม 4 ในช่วงปลายปี ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนยอดขายและ Backlog ที่สำคัญในอนาคต สรุปคำแนะนำการลงทุน: คงมุมมองเชิงบวก KSecurities แนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 2.44 บาท โดยมองว่านอกเหนือจากการเติบโตของกำไรแล้ว ระดับราคาหุ้นปัจจุบันยังน่าสนใจมากด้วยค่า PER ปี 2569 ที่ระดับ 5.4 เท่า และให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงถึง 7.4% ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีการเติบโตที่ชัดเจนในระยะยาว