Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa ICHI บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

ICHI ลุยขยายกำลังการผลิตรับดีมานด์พุ่ง โบรกฯ มองอนาคตสดใสเคาะเป้า 16.10 บาท

ไฮไลท์สำคัญ: มุ่งเป้าเติบโตต่อเนื่องด้วยกลยุทธ์ขยายฐานการผลิต บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI เดินหน้าตามแผนงานที่วางไว้ โดยตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ไว้ที่ 9,000 ล้านบาท เติบโต 11% จากปีก่อนหน้า พร้อมรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่ 23.5% และอัตรากำไรสุทธิที่ 14.5% โดยบริษัทมองเห็นโอกาสเติบโตที่แข็งแกร่งจากตลาดเครื่องดื่มในประเทศและต่างประเทศ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะมีความท้าทาย แต่ ICHI ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรได้อย่างโดดเด่น ส่วนเนื้อหา: เจาะลึกแผนธุรกิจและการขยายกำลังการผลิต จากการประชุมนักวิเคราะห์โดยบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย (KS) ระบุว่า ผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2569 คิดเป็น 47% ของประมาณการทั้งปี สะท้อนถึงการเติบโตที่สอดคล้องกับเป้าหมาย โดยบริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิตผ่านการติดตั้งสายการผลิตบรรจุภัณฑ์เพิ่มเติม ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นผลชัดเจนในช่วงไตรมาส 4/2569 ถึงไตรมาส 1/2570 นอกจากนี้ ICHI ยังได้ทำสัญญาซื้อขายบรรจุภัณฑ์ระยะยาวกับพันธมิตรรายใหญ่ เพื่อรองรับการผลิตเครื่องดื่มประมาณ 300,000-400,000 ตันต่อปี ซึ่งจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดด้านกำลังการผลิตเดิมและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้สูงขึ้น ข้อสังเกต: มุมมองจากโบรกเกอร์และการวิเคราะห์ตัวเลข บล.กสิกรไทย (KS) ให้คำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น ICHI โดยกำหนดราคาเป้าหมายไว้ที่ 16.10 บาท โดยมีวิธีคิดจากการประเมินแนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิที่จะเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในอัตรา 11% และ 10% ในปี 2570-2571 ตามลำดับ ทั้งนี้ KS มองว่ากลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนและการขยายกำลังการผลิตเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะช่วยหนุนให้บริษัทก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม และสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว ส่วนสรุป: ทิศทางอนาคตที่น่าจับตา โดยสรุป ICHI ถือเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีแผนการเติบโตที่ชัดเจน ทั้งในด้านการขยายฐานรายได้สู่ระดับ 11,000-12,000 ล้านบาทในปี 2569 และเป้าหมายระยะยาวที่ 16,000 ล้านบาทในปี 2570 การที่บริษัทเร่งเพิ่มกำลังการผลิตและบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของการติดตั้งสายการผลิตใหม่ ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการผลักดันราคาหุ้นให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้