2026-09-16T05:24:25+00:00 fin SQ บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) SQ เผชิญผลกระทบดินสไลด์ฉุดรายได้ Q1/2569 หดตัว 36.9% YoY เร่งฟื้นฟูเหมืองแม่เมาะ รายได้รวมลดลงเหลือ 572.1 ล้านบาท หลังโครงการแม่เมาะ 8 หยุดชะงักและต้องเลื่อนแผนงานโครงการ 8/1 ออกไป บริษัท สหกลอิควิปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SQ รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 โดยมีรายได้จากการให้บริการรวม 572.1 ล้านบาท ลดลง 36.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 17.1% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 198.5 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากเหตุการณ์ดินสไลด์ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในโครงการเหมืองแม่เมาะ 8 และการเลื่อนแผนงานในโครงการเหมืองแม่เมาะ 8/1 ซึ่งบริษัทกำลังเร่งฟื้นฟูพื้นที่และติดตั้งระบบสายพานเพื่อกลับมาดำเนินงานให้เร็วที่สุด Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการรอบนี้คือ "การหยุดชะงักของโครงการเหมืองแม่เมาะ 8" จากเหตุการณ์ดินสไลด์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้หลักของบริษัทและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการฟื้นฟูพื้นที่ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: รายได้หายไป: โครงการเหมืองแม่เมาะ 8 ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญต้องหยุดดำเนินงานทั้งหมดเพื่อเข้าฟื้นฟูพื้นที่และซ่อมบำรุงเครื่องจักร/ระบบสายพานที่เสียหาย ทำให้รายได้ในส่วนนี้แทบจะเป็นศูนย์ในไตรมาส 1/2569 ต้นทุนพุ่งจากการฟื้นฟู: บริษัทมีต้นทุนซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่และติดตั้งระบบสายพานใหม่ รวมถึงการใช้ผู้รับเหมาช่วงเข้ามาช่วยเคลียร์พื้นที่ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นติดลบที่ระดับ 24.6% การเลื่อนแผนงาน: โครงการเหมืองแม่เมาะ 8/1 ต้องเลื่อนการเริ่มงานขุดขนดินออกไปจากแผนเดิม ทำให้การรับรู้รายได้ล่าช้าออกไปอีก จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: ลักษณะครั้งคราวและมีโอกาสฟื้นตัว: ผลกระทบนี้เป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า (One-time impact) จากภัยธรรมชาติ โดยบริษัทคาดว่าจะเริ่มกลับมาดำเนินงานโครงการแม่เมาะ 8 ได้ในช่วงปลายไตรมาส 2/2569 และคาดว่าจะเริ่มงานขุดขนดินโครงการแม่เมาะ 8/1 ได้ในต้นไตรมาส 4/2569 ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างกระบวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัยเครื่องจักร ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกที่ต้องติดตามในอนาคต Highlight สำคัญ รายได้รวม: 572.1 ล้านบาท ลดลง 36.9% YoY และ 17.1% QoQ ผลขาดทุนสุทธิ: 198.5 ล้านบาท (เทียบกับกำไร 7.6 ล้านบาท ใน Q1/2568) EBITDA: ติดลบ 114.8 ล้านบาท แต่ขาดทุนลดลง 77.7% เมื่อเทียบกับ Q4/2568 โครงการหงสา: เป็นจุดแข็งเดียวที่รายได้เพิ่มขึ้น 13% YoY จากระบบสายพานที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ สถานะการเงิน: หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,840.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.5% จากการชะลอจ่ายเจ้าหนี้การค้า ภาพรวมผลประกอบการ ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 อ่อนตัวลงอย่างมากจากผลกระทบของเหตุการณ์ดินสไลด์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุม ทำให้รายได้จากการให้บริการลดลงเหลือ 481.7 ล้านบาท (ลดลง 44.9% YoY) แม้บริษัทจะพยายามควบคุมต้นทุนน้ำมันและวัตถุระเบิดที่ลดลงตามปริมาณงานที่หยุดไป แต่ต้นทุนคงที่และค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูยังคงกดดันกำไรสุทธิ โอกาส การกลับมาดำเนินงาน: การเริ่มงานโครงการแม่เมาะ 8 ในปลายไตรมาส 2/2569 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการรับรู้รายได้ สัญญาใหม่: การลงนามสัญญา MSSA กับบริษัท หงสา พาวเวอร์ จำกัด มูลค่า 340 ล้านบาท (เริ่ม พ.ค. 2569) จะช่วยเสริมรายได้ในอนาคต การเคลมประกัน: กระบวนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์ดินสไลด์อาจช่วยบรรเทาภาระทางการเงินได้ ความเสี่ยง ความล่าช้าในการฟื้นฟู: หากการติดตั้งระบบสายพานหรือการฟื้นฟูพื้นที่ล่าช้ากว่าแผนที่วางไว้ จะส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดและรายได้ต่อเนื่อง ภาระหนี้สิน: อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) เพิ่มขึ้นเป็น 3.57 เท่า สะท้อนถึงความตึงตัวทางการเงินในช่วงที่รายได้ลดลง ต้นทุนทางการเงิน: ดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น 13.6% YoY จากภาระหุ้นกู้และสัญญาเช่าซื้อเครื่องจักร สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าการกลับมาดำเนินงานโครงการแม่เมาะ 8 ในไตรมาส 2/2569 การเริ่มงานขุดขนดินโครงการแม่เมาะ 8/1 ในไตรมาส 4/2569 ผลการเจรจาค่าสินไหมทดแทนจากประกันภัย สภาพคล่องและกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพื่อรองรับภาระหนี้สิน รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) บริษัทเน้นการดำเนินงานเหมืองแร่ครบวงจร โดยมี Backlog จากโครงการหลัก 6 โครงการ อย่างไรก็ตาม โครงการแม่เมาะ 8 ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดินสไลด์ ทำให้การรับรู้รายได้สะดุดลง ทั้งนี้ โครงการหงสา D และ O&M ยังคงเป็นฐานรายได้ที่มั่นคงด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ 39% ในไตรมาสนี้ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 132.9 ล้านบาท ลดลง 59.7 ล้านบาทจากสิ้นปี 2568 โดยกระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเป็นบวก 65 ล้านบาท แต่ถูกใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน (ชำระคืนเงินต้น) 107.1 ล้านบาท สะท้อนถึงความพยายามในการบริหารจัดการภาระหนี้สินท่ามกลางสภาวะรายได้ที่ลดลง สรุปท้าย SQ อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่ยากลำบากจากการได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติที่ส่งผลต่อโครงการเหมืองแม่เมาะ 8 แม้ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 จะขาดทุนหนัก แต่การเริ่มกลับมาดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 และการรับรู้รายได้จากสัญญาใหม่ (MSSA) จะเป็นปัจจัยหนุนให้ผลประกอบการค่อยๆ ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความสามารถในการบริหารจัดการกระแสเงินสดและภาระหนี้สินอย่างใกล้ชิดในช่วงที่บริษัทเร่งฟื้นฟูโครงการให้กลับมาสร้างรายได้ตามปกติ