2026-09-16T05:24:22+00:00 fin STELLA STELLA ขาดทุนสุทธิลดลงเหลือ 152 ล้านบาทใน Q1/2569 รับอานิสงส์บริหารจัดการค่าใช้จ่าย-ธุรกิจการแพทย์โต รายได้รวมปรับตัวลดลงตามภาวะเศรษฐกิจและผลกระทบสงคราม แต่สามารถลดผลขาดทุนสุทธิได้ 34% YoY จากการคุมต้นทุนและการรับรู้รายได้ธุรกิจการแพทย์เต็มรูปแบบ บริษัท สเตลล่า เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน) รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 152 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 231 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลง 23% มาอยู่ที่ 166 ล้านบาท จากผลกระทบของเศรษฐกิจและสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่กดดันธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีการเติบโตที่โดดเด่นจากธุรกิจการให้บริการทางการแพทย์ที่เข้ามาบริหารเต็มรูปแบบในปีนี้ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของการปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสนี้ คือ "การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหารและการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ" ควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้จากธุรกิจการให้บริการทางการแพทย์ ซึ่งช่วยชดเชยรายได้หลักจากอสังหาริมทรัพย์ที่หดตัวลง 1) หัวใจคืออะไร: ผลขาดทุนสุทธิลดลง 79 ล้านบาท (หรือ 34% YoY) โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงถึง 41 ล้านบาท (ลดลง 29% YoY) และการไม่มีการตั้งประมาณการค่าเผื่อที่สำคัญ รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในการร่วมค้าที่พลิกจากขาดทุน 46 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นกำไร 12 ล้านบาทในไตรมาสนี้ 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: รายได้หลักหดตัว: รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 56% และรายได้ค่าเช่าลดลง 21% เนื่องจากจำนวนยูนิตพร้อมขายลดลงและผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางที่กระทบต่อกำลังซื้อและกลุ่มลูกค้าโรงแรม การบริหารต้นทุน: บริษัทสามารถลดต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์และต้นทุนค่าเช่าได้สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง โดยเฉพาะต้นทุนค่าเช่าที่ลดลงในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ สะท้อนถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการที่ดีขึ้น ธุรกิจใหม่: รายได้จากการให้บริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้นถึง 446% (เพิ่มขึ้น 20 ล้านบาท) จากการเข้ามาบริหารเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกใหม่ที่เข้ามาช่วยพยุงรายได้รวม 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: ยังไม่ชัดเจนและต้องติดตาม เนื่องจากรายได้หลักยังคงเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก (สงครามและเศรษฐกิจ) ขณะที่ธุรกิจการแพทย์แม้จะเติบโตได้ดีแต่ยังมีสัดส่วนลูกค้าต่างชาติสูงซึ่งได้รับผลกระทบจากสงครามเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและการไม่มีรายการตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์ถือเป็นสัญญาณบวกในการควบคุมผลขาดทุนให้ลดลงอย่างต่อเนื่อง Highlight สำคัญ ผลขาดทุนสุทธิ: 152 ล้านบาท ดีขึ้น 34% จากปีก่อน (231 ล้านบาท) รายได้รวม: 166 ล้านบาท ลดลง 23% จากปีก่อน (217 ล้านบาท) ธุรกิจการแพทย์: เติบโตโดดเด่น รายได้เพิ่มขึ้น 446% YoY ค่าใช้จ่ายบริหาร: ลดลง 29% YoY จากการไม่มีการตั้งประมาณการค่าเผื่อที่สำคัญ ส่วนแบ่งกำไร: พลิกเป็นกำไร 12 ล้านบาท จากเงินลงทุนในการร่วมค้า ภาพรวมผลประกอบการ รายได้รวมลดลงจาก 217 ล้านบาท เหลือ 166 ล้านบาท โดยรายได้อสังหาริมทรัพย์และค่าเช่าเป็นตัวฉุดหลัก อย่างไรก็ตาม การลดลงของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เข้มงวด ทำให้ขาดทุนจากการดำเนินงานลดลงเหลือ 72 ล้านบาท (จาก 104 ล้านบาท) โอกาส การเข้ามาบริหารธุรกิจการแพทย์อย่างเต็มรูปแบบเป็นเครื่องยนต์ใหม่ที่สร้างรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางคลี่คลาย อาจส่งผลบวกต่อกลุ่มลูกค้าต่างชาติของธุรกิจการแพทย์และธุรกิจโรงแรม ความเสี่ยง ปัจจัยภายนอก: สงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพและกลุ่มลูกค้าต่างชาติ อสังหาริมทรัพย์: การไม่มีโครงการใหม่เปิดตัวและจำนวนยูนิตพร้อมขายที่ลดลง สภาพคล่อง: ผลประกอบการยังคงเป็นขาดทุน ซึ่งส่งผลต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ลดลง สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรของธุรกิจการแพทย์ท่ามกลางความผันผวนของลูกค้าต่างชาติ แผนการเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่เพื่อทดแทนยูนิตที่โอนไปแล้ว การบริหารจัดการหนี้สินและการขยายระยะเวลาชำระคืนเงินกู้ยืม แนวโน้มของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้าว่าจะรักษาโมเมนตัมได้หรือไม่ รายละเอียดเชิงลึก บริษัทมีการปรับโครงสร้างพนักงานและนโยบายการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจนในปีนี้ เห็นได้จากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังมีการเร่งระบายสต็อกโครงการเก่าเพื่อเพิ่มกระแสเงินสด แม้จะส่งผลให้เกิดผลขาดทุนขั้นต้นในส่วนของอสังหาริมทรัพย์ก็ตาม ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 12,654 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.5% หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,902 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% โดยมีการกู้ยืมเงินจากกิจการที่เกี่ยวข้องกันเพิ่มขึ้น 500 ล้านบาท เพื่อใช้ในการดำเนินงานและได้ขยายระยะเวลาชำระคืนเป็นปี 2571 ขณะที่ประมาณการหนี้สินจากการรับซื้อคืนลดลง 261 ล้านบาท จากการซื้อคืนห้องชุดในไตรมาสนี้ สรุปท้าย STELLA ในไตรมาส 1/2569 สะท้อนภาพการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดผ่านการลดค่าใช้จ่ายและการปรับพอร์ตรายได้ไปสู่ธุรกิจบริการทางการแพทย์ แม้รายได้หลักจากอสังหาริมทรัพย์จะยังคงถูกกดดันจากปัจจัยภายนอก แต่การลดผลขาดทุนสุทธิลงได้ 34% ถือเป็นพัฒนาการเชิงบวกที่ต้องติดตามว่าบริษัทจะสามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนจากธุรกิจใหม่ได้เพียงใดในไตรมาสถัดไป