2026-09-16T05:24:19+00:00 fin TH บริษัท ตงฮั้ว โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) TH เผยกำไร Q1/2569 แตะ 26.94 ล้านบาท รับแรงกดดันฐานรายได้ดอกเบี้ยปีก่อนสูง รายได้รวมปรับตัวลดลงจากปัจจัยฐานเปรียบเทียบธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ขณะที่บริษัทเร่งเครื่องรายได้จากการขายและบริการชดเชย บริษัท ตงฮั้ว โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TH รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 26.94 ล้านบาท ลดลง 16.42 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 38 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 65.66 ล้านบาท ลดลง 24.26 ล้านบาท หรือร้อยละ 27 ซึ่งเป็นผลกระทบหลักจากการปรับประมาณการรายได้ดอกเบี้ยในธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพที่เคยสูงผิดปกติในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรผ่านการเติบโตของรายได้จากการขายและการให้บริการ รวมถึงกำไรจากการลงทุนที่ปรับตัวดีขึ้น Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการในไตรมาสนี้ คือการปรับตัวลดลงของรายได้ดอกเบี้ยจากธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPL Management) เมื่อเทียบกับฐานที่สูงมากในไตรมาส 1 ปี 2568 ซึ่งเป็นรายการที่เกิดจากการปรับประมาณการรายได้ในอดีต ทำให้รายได้รวมของบริษัทลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าในส่วนของการดำเนินงานปกติอื่นๆ จะมีการเติบโตที่น่าสนใจก็ตาม สาเหตุหลักมาจากความผันผวนของรายได้ดอกเบี้ยที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำ (Non-recurring) ในธุรกิจบริหารสินทรัพย์ โดยในไตรมาส 1 ปี 2568 บริษัทมีการปรับประมาณการรายได้ที่ทำให้ตัวเลขรายได้ดอกเบี้ยสูงกว่าปกติ เมื่อเข้าสู่ไตรมาส 1 ปี 2569 รายได้ส่วนนี้จึงกลับเข้าสู่ระดับปกติ ส่งผลให้รายได้รวมลดลง 24.26 ล้านบาท อย่างไรก็ดี บริษัทสามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้บางส่วนผ่านรายได้จากการขายและการให้บริการ รวมถึงกำไรจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการกระจายแหล่งรายได้ให้มีความหลากหลายมากขึ้น สำหรับแนวโน้มในอนาคต ปัจจัยเรื่องรายได้ดอกเบี้ยจากธุรกิจบริหารสินทรัพย์ที่มีความผันผวนตามการปรับประมาณการนั้น ถือเป็นลักษณะเฉพาะที่อาจไม่เกิดขึ้นต่อเนื่องในทุกไตรมาส ดังนั้นผลประกอบการในระยะถัดไปจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการสร้างรายได้จากธุรกิจหลักอื่นๆ เช่น การขายและการให้บริการ รวมถึงผลตอบแทนจากการลงทุน ซึ่งบริษัทระบุว่ายังคงมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบเพื่อรักษาความยั่งยืนของกำไร Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: อยู่ที่ 26.94 ล้านบาท ลดลง 38% YoY จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้สูงกว่า รายได้รวม: อยู่ที่ 65.66 ล้านบาท ลดลง 27% YoY สาเหตุหลักจากฐานรายได้ดอกเบี้ยธุรกิจบริหารสินทรัพย์ที่สูงผิดปกติในปีก่อน การเติบโตชดเชย: รายได้จากการขายและการให้บริการ รวมถึงกำไรจากการลงทุน มีทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ค่าใช้จ่าย: ควบคุมได้ดี โดยค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 39.70 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อน ฐานะการเงิน: สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปี 2568 มาอยู่ที่ 1,950.66 ล้านบาท สะท้อนสภาพคล่องที่เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของ TH สะท้อนถึงการปรับฐานรายได้หลังจากปีที่ผ่านมามีรายการปรับประมาณการรายได้ดอกเบี้ยเข้ามาหนุน แม้กำไรสุทธิจะลดลง 38% แต่บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายรวมให้คงที่ได้ ส่งผลให้ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรสุทธิไว้ได้ที่ระดับ 26.94 ล้านบาท โอกาส การขยายตัวของรายได้จากการขายและการให้บริการ ซึ่งเป็นรายได้ที่มีความสม่ำเสมอมากกว่ารายได้ดอกเบี้ยจากการบริหารสินทรัพย์ ผลตอบแทนจากการลงทุนที่มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับกระแสรายได้ของกลุ่มบริษัท ความเสี่ยง ความผันผวนของรายได้จากธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ซึ่งขึ้นอยู่กับการปรับประมาณการและสถานการณ์ของลูกหนี้ ภาวะเศรษฐกิจและความผันผวนของตลาดที่อาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนจากการลงทุนของบริษัท สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความสามารถในการรักษาอัตราการเติบโตของรายได้จากการขายและการให้บริการ ทิศทางของรายได้ดอกเบี้ยจากธุรกิจบริหารสินทรัพย์ในไตรมาสถัดไปว่าจะกลับมาเป็นฐานที่มั่นคงได้หรือไม่ การบริหารจัดการสภาพคล่องและโครงสร้างทางการเงินภายใต้สภาวะตลาดที่ผันผวน ประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายรวมให้ยังคงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับปัจจุบัน รายละเอียดเชิงลึก (ธุรกิจการเงิน) ในส่วนของธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ TH การลดลงของรายได้ดอกเบี้ยเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณา โดยในไตรมาสนี้บริษัทไม่ได้ระบุถึงการตั้งสำรองหรือค่าใช้จ่ายด้านเครดิตที่ผิดปกติเพิ่มเติม แต่เน้นไปที่การบริหารจัดการสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการหมุนเวียนของพอร์ตสินทรัพย์ที่ยังคงดำเนินการอยู่ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,950.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปี 2568 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ลูกหนี้การค้า และสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่น ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 1,911.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากผลกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นระหว่างงวด แสดงถึงฐานะการเงินที่มั่นคงและมีสภาพคล่องเพียงพอสำหรับการลงทุนในอนาคต สรุปท้าย ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของ TH เป็นการปรับฐานจากรายได้ดอกเบี้ยที่เคยสูงผิดปกติในปีก่อนหน้า แม้กำไรจะลดลง 38% แต่การที่บริษัทสามารถรักษาการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการ รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงถึงความพยายามในการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความสามารถในการสร้างรายได้จากธุรกิจหลักในไตรมาสถัดไปเพื่อประเมินทิศทางกำไรที่แท้จริงของบริษัทต่อไป