2026-09-16T05:24:19+00:00 fin TL TL พลิกทำกำไร 30 ล้านบาทใน Q1/2569 รับอานิสงส์ธุรกิจเทคโนโลยีหนุนรายได้เต็มสูบ ผลประกอบการฟื้นตัวโดดเด่นจากธุรกิจเทคโนโลยี พร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตการลงทุนและปรับโครงสร้างเงินทุนให้แข็งแกร่ง บริษัท เทคลีด เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TL รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 30.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84.47 ล้านบาท หรือ 155.16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากรายได้ในธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่บริษัทเร่งเดินหน้ากลยุทธ์ขยายฐานธุรกิจผ่านการเข้าซื้อกิจการและการจัดตั้งบริษัทใหม่ เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของการพลิกฟื้นกำไรในไตรมาสนี้ คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งสร้างกำไรขั้นต้นได้สูงถึง 97.12 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นธุรกิจเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก รวมถึงการรับรู้รายได้จากการขยายฐานลูกค้าและบริการใหม่ๆ เข้ามาในพอร์ตโฟลิโอของบริษัท ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ (1) การดำเนินงานปกติในธุรกิจเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก และ (2) การลดลงของผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนในตราสารทุนที่วัดมูลค่ายุติธรรมผ่านงบกำไรขาดทุน ซึ่งลดลงถึง 22.02 ล้านบาท (หรือ 80%) เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้ภาพรวมกำไรก่อนภาษีปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น 18.76 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวขององค์กรและการเข้าซื้อกิจการใหม่ก็ตาม จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของรายได้จากธุรกิจเทคโนโลยี เนื่องจากบริษัทมีการลงทุนเชิงรุกอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 1/2569 ทั้งการเข้าซื้อกิจการ "บริษัท อินเวนท์เทค ซิสเท็มส์" และ "บริษัท เนสท์ติฟลาย" รวมถึงการจัดตั้ง "บริษัท มาร์ดีดิจิทัล" ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพการทำกำไรในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเรื่องการวัดมูลค่าเงินลงทุนในตราสารทุนอาจมีความผันผวนตามราคาตลาด ซึ่งเป็นรายการที่ต้องติดตามในแต่ละไตรมาส Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: อยู่ที่ 30.03 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 54.44 ล้านบาท ใน Q1/2568 รายได้จากการให้บริการ: ทำได้ 112.10 ล้านบาท โดยมีกำไรขั้นต้นรวม 97.24 ล้านบาท การลงทุนใหม่: เข้าซื้อกิจการระบบประชุมผู้ถือหุ้น (Inventech) และแพลตฟอร์ม P2P Lending (Nestifly) รวมถึงตั้งบริษัทด้านการตลาด โครงสร้างทุน: อัตราส่วนผู้ถือหุ้นต่อทุนชำระแล้วปรับตัวดีขึ้นจาก 18.68% ในปี 2568 เป็น 30.22% ในไตรมาส 1/2569 สถานะบริษัท: บริษัทยังคงติดเครื่องหมาย CS และอยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานกำกับดูแล ภาพรวมผลการดำเนินงาน ผลการดำเนินงานรวมในไตรมาส 1/2569 สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจเทคโนโลยีอย่างเต็มตัว รายได้จากการให้บริการเติบโตขึ้น 100% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 70.28% สอดคล้องกับการขยายตัวของจำนวนพนักงานและการลงทุนในธุรกิจใหม่ โอกาส การขยายพอร์ตโฟลิโอเข้าสู่ธุรกิจซอฟต์แวร์โซลูชันและระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Payment Gateway) ช่วยเพิ่มช่องทางรายได้ที่หลากหลายและยั่งยืนมากขึ้น นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างองค์กรให้เทียบเคียงบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำยังช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาว ความเสี่ยง ความไม่ชัดเจนของข้อกฎหมายและนโยบายภาครัฐในธุรกิจกัญชง-กัญชา ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินการต่อหรือชะลอการลงทุน รวมถึงความผันผวนของราคาตลาดของเงินลงทุนในตราสารทุนที่อาจส่งผลต่อกำไรสุทธิในแต่ละงวด สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าในการแก้ไขสถานะเครื่องหมาย CS ผลการดำเนินงานของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการใหม่ (Inventech และ Nestifly) ว่าจะสร้างกำไรได้ตามเป้าหมายหรือไม่ การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับธุรกิจกัญชง-กัญชาที่จะสรุปในช่วงเดือนสิงหาคม 2569 การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายองค์กร รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทั่วไป) บริษัทมีการปรับโครงสร้างเงินทุนผ่านการเพิ่มทุนเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (PP) จำนวน 368.61 ล้านบาท ซึ่งช่วยเพิ่มสภาพคล่องและฐานทุนอย่างมีนัยสำคัญ โดยเงินสดส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้ในการเข้าซื้อบริษัทย่อย (511.76 ล้านบาท) เพื่อเร่งการเติบโตในธุรกิจเทคโนโลยี ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% จากสิ้นปี 2568 โดยมีหนี้สินรวม 245.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% ส่วนใหญ่เกิดจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณธุรกิจ Payment Gateway ที่ขยายตัว สรุปท้าย TL ในไตรมาส 1/2569 แสดงให้เห็นถึงการพลิกฟื้นที่ชัดเจนผ่านกลยุทธ์การรุกธุรกิจเทคโนโลยี แม้จะมีภาระค่าใช้จ่ายจากการขยายกิจการและการปรับโครงสร้าง แต่การเพิ่มทุนที่สำเร็จช่วยสร้างฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าในการปลดเครื่องหมาย CS และผลตอบแทนจากการลงทุนในกิจการใหม่ๆ ในช่วงครึ่งปีหลังเป็นสำคัญ