2026-09-16T05:24:18+00:00 fin TQM บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) TQM เผยผลงาน Q1/2569 กำไรสุทธิ 204.1 ล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยโตเด่น รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจประกันวินาศภัยหนุนกำไรโต QoQ ขณะที่บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ Jump+ มุ่งสู่ Data-driven Insurance Broker เต็มตัว บริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) หรือ TQM รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 204.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จากไตรมาส 4 ปี 2568 โดยได้รับปัจจัยบวกจากการขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมในธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อขยายฐานลูกค้า แม้ภาพรวมรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้าจะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) จากการชะลอตัวของธุรกิจนายหน้าประกันชีวิต แต่บริษัทฯ ยังคงรักษาเสถียรภาพของฐานรายได้ผ่านการบริหารจัดการต้นทุนและมุ่งเน้นการเติบโตในกลุ่มประกันสุขภาพและประกันอัคคีภัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในปัจจุบัน Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการรอบนี้คือ "การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย" ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์การนำเสนอผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อขยายฐานลูกค้าในไตรมาส 1/2569 ส่งผลให้รายได้ค่าธรรมเนียมในส่วนนี้เพิ่มขึ้นถึง 20.0% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งช่วยชดเชยรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันชีวิตที่ลดลงและผลักดันให้กำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาส 4 ปี 2568 ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: กลไกหลักเกิดจากการปรับพอร์ตผลิตภัณฑ์และการรุกตลาดผ่านช่องทางสินเชื่อเพื่อการซื้อประกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การบริหารฐานลูกค้าเดิมและหาลูกค้าใหม่ แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 7.9% QoQ จากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรฝ่ายขายและการพัฒนาธุรกิจเพื่อรองรับการขยายตัว แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหาร (Administrative Expenses) ให้ลดลงได้ 4.6% QoQ ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมยังคงเติบโตได้ในระดับที่น่าพอใจ จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของกลยุทธ์การเติบโต เนื่องจากบริษัทฯ ได้เริ่มขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ "Jump+" ซึ่งมุ่งเน้นการปฏิรูปองค์กรสู่การเป็น Data-driven Insurance Broker โดยใช้ AI เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการขาย (Sales Productivity) และการบริหารจัดการต้นทุน (Cost Efficiency) อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามการปรับตัวของยอดขายรถยนต์หลังสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0 ซึ่งอาจส่งผลต่อปริมาณกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่เป็นรายได้หลัก แต่บริษัทฯ ได้เตรียมรับมือด้วยการขยายผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและประกันชีวิตรายบุคคลเพื่อสร้างความหลากหลายของรายได้ในระยะยาว Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 204.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% QoQ แต่ลดลง 15.8% YoY รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า: 997.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% QoQ แต่ลดลง 9.0% YoY รายได้ค่าธรรมเนียม: เติบโตโดดเด่น 20.0% QoQ ในธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย ประสิทธิภาพการบริหาร: ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 4.6% QoQ สะท้อนการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ กลยุทธ์ใหม่: เปิดตัวแผน "Jump+" ตั้งเป้าหมายรายได้รวมเติบโต 5-7% ภายในปี 2571 ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 1/2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,017.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% QoQ โดยกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 464.2 ล้านบาท แม้อัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยจาก 48.5% ในไตรมาสก่อนหน้าเหลือ 46.5% แต่ด้วยการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ดีขึ้น ทำให้บริษัทฯ สามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ได้ที่ 20.0% โอกาส การเติบโตของประกันสุขภาพและประกันอัคคีภัยตามความตระหนักด้านความเสี่ยงของผู้บริโภค การใช้เทคโนโลยี AI และ Data Analytics ภายใต้แผน Jump+ เพื่อเพิ่ม Conversion Rate และการต่ออายุกรมธรรม์ การขยายตัวของธุรกิจสินเชื่อเพื่อการซื้อประกันที่เป็นส่วนเสริมรายได้หลัก ความเสี่ยง สภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว (GDP คาดการณ์ที่ 1.4%) อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค การปรับฐานของยอดขายรถยนต์หลังสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0 การแข่งขันในอุตสาหกรรมประกันภัยและการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบจาก คปภ. (เช่น ระบบ e-Payment) สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความสำเร็จในการนำ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการขายตามแผน Jump+ อัตราการต่ออายุกรมธรรม์ (Renewal Rate) ว่าจะสามารถรักษาไว้ที่ระดับ 80% ได้หรือไม่ การบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อในพอร์ตสินเชื่อเพื่อการซื้อประกัน ผลกระทบจากการปรับฐานของตลาดรถยนต์ต่อรายได้ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่มธุรกิจประกันภัย) TQM ยังคงเน้นการบริหารพอร์ตประกันภัยรถยนต์เป็นหลัก ซึ่งเป็นรายได้หลักที่มั่นคง โดยในไตรมาสนี้บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการรักษาฐานลูกค้าเดิมและเพิ่มประสิทธิภาพการขายผ่านระบบดิจิทัล ทั้งนี้ ธุรกิจการเงินของบริษัทฯ เน้นการปล่อยสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำและสอดคล้องกับการสนับสนุนยอดขายประกันภัยเป็นสำคัญ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 6,393.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3% จากสิ้นปี 2568 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 33.4% เป็น 1,505.6 ล้านบาท สะท้อนกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง ส่วนหนี้สินรวมอยู่ที่ 2,758.7 ล้านบาท โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.76 เท่า สรุปท้าย TQM ในไตรมาส 1/2569 แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นในการปรับตัวผ่านการเพิ่มรายได้จากธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย แม้ภาพรวมรายได้จะได้รับผลกระทบจากธุรกิจประกันชีวิตที่ชะลอตัวลง แต่ด้วยกลยุทธ์การปรับโครงสร้างองค์กรสู่ Data-driven Broker ภายใต้แผน Jump+ และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทฯ ยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรและฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งเพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาวได้