2026-09-16T05:24:15+00:00 fin TWZ บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) TWZ เผยผลงาน Q1/2569 ขาดทุนสุทธิ 33.56 ล้านบาท หลังปรับนโยบายเครดิตกดดันรายได้รวมลดลงกว่า 51% รายได้จากการขายและบริการหดตัวตามการปรับนโยบายเครดิตลูกค้า ขณะที่บริษัทเร่งบริหารจัดการต้นทุนและรุกคืบโครงการอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TWZ รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 552.81 ล้านบาท ลดลง 51.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทจำนวน 33.56 ล้านบาท ทั้งนี้ ปัจจัยหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการให้เครดิตลูกค้าซึ่งส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการขายและรายได้รวม ขณะที่บริษัทกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มเห็นการวางเงินมัดจำที่ดินอย่างชัดเจน Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการรอบนี้คือ การปรับเปลี่ยนนโยบายการให้เครดิตลูกค้า (Credit Policy) ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 51.67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กลไกที่เกิดขึ้น: การปรับนโยบายเครดิตส่งผลให้ยอดขายลดลงจาก 1,128.47 ล้านบาท เหลือ 545.43 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการก็ปรับตัวลดลงในทิศทางเดียวกันที่ 51.35% ตามปริมาณการขายที่ลดลง แต่เนื่องจากบริษัทมีต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) บางส่วนที่ไม่สามารถลดลงได้ทันทีตามรายได้ที่หายไป ประกอบกับการรับรู้ค่าเผื่อด้อยค่าด้านเครดิตของลูกหนี้โครงการอสังหาริมทรัพย์ในสัญญาเช่าทางการเงินจำนวน 5.25 ล้านบาท จึงเป็นปัจจัยกดดันให้บริษัทพลิกเป็นขาดทุนสุทธิ ความต่อเนื่อง: ปัจจัยเรื่องรายได้ที่ลดลงจากการปรับนโยบายเครดิตถือเป็น ลักษณะที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ตามกลยุทธ์ใหม่ของบริษัทที่ต้องการบริหารความเสี่ยงด้านลูกหนี้การค้าให้รัดกุมขึ้น อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารให้สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลงยังคงเป็นสิ่งที่ฝ่ายจัดการต้องดำเนินการต่อไป เพื่อลดผลกระทบต่อบรรทัดสุดท้ายของงบกำไรขาดทุน Highlight สำคัญ รายได้รวม: 552.81 ล้านบาท ลดลง 51.37% YoY รายได้จากการขายและบริการ: 545.43 ล้านบาท ลดลง 51.67% YoY จากการปรับนโยบายเครดิต ผลขาดทุนสุทธิ: 33.56 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุน 0.97 ล้านบาทใน Q1/2568) ค่าเผื่อด้อยค่า: มีการรับรู้ค่าเผื่อด้อยค่าด้านเครดิตลูกหนี้โครงการอสังหาริมทรัพย์ 5.25 ล้านบาท สถานะการเงิน: อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 1.27 เท่า จาก 1.29 เท่า ณ สิ้นปี 2568 ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 สะท้อนถึงการปรับโครงสร้างการดำเนินงานที่เน้นความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น แม้จะส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะสั้น แต่บริษัทมีการบริหารจัดการลูกหนี้การค้าได้ดีขึ้น เห็นได้จากลูกหนี้การค้าที่ลดลงกว่า 31.69% จากสิ้นปี 2568 โอกาส บริษัทเริ่มขยายขอบเขตการลงทุนไปยังธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยปรากฏรายการเงินค่ามัดจำที่ดินสำหรับพัฒนาโครงการในอนาคตจำนวน 639.61 ล้านบาท ซึ่งเป็นทิศทางใหม่ที่บริษัทมุ่งหวังจะสร้างรายได้ในระยะยาวนอกเหนือจากธุรกิจเดิม ความเสี่ยง ความเสี่ยงด้านรายได้: การปรับนโยบายเครดิตที่เข้มงวดขึ้นอาจทำให้ยอดขายไม่สามารถกลับไปสู่ระดับเดิมได้ในระยะเวลาอันสั้น ความเสี่ยงด้านลูกหนี้: การรับรู้ค่าเผื่อด้อยค่าด้านเครดิตในโครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นสัญญาณที่ต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของคู่สัญญาในโครงการดังกล่าว สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย: ความสามารถในการลดค่าใช้จ่ายในการบริหารให้สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ความคืบหน้าโครงการอสังหาริมทรัพย์: การเปลี่ยนเงินมัดจำที่ดินเป็นโครงการที่สร้างรายได้จริง กระแสเงินสด: การบริหารสภาพคล่องหลังจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 79.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คุณภาพลูกหนี้: การติดตามการชำระหนี้ของลูกหนี้โครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อป้องกันการตั้งสำรองเพิ่ม รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เทคโนโลยี) ในส่วนของธุรกิจเทคโนโลยีและสินค้าที่เกี่ยวข้อง บริษัทได้รับเงินสนับสนุนการขายจากผู้จำหน่าย (Vendor Support) จำนวน 4.57 ล้านบาท ลดลง 10.81% ซึ่งสะท้อนถึงปริมาณการขายสินค้าที่ลดลงตามนโยบายเครดิตที่เข้มงวดขึ้น การบริหารจัดการต้นทุนการจัดจำหน่ายต่อรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นเป็น 1.71% (จาก 1.01%) แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการรักษาประสิทธิภาพการดำเนินงานในภาวะที่รายได้หดตัว ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 1/2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 3,810.18 ล้านบาท โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเป็นสัดส่วนหลัก (75.56%) สภาพคล่องยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ด้วยอัตราส่วนสภาพคล่อง 2.51 เท่า แม้เงินสดสุทธิจะลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ยืมและลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน แต่โครงสร้างหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ 1.27 เท่า ถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ สรุปท้าย TWZ ในไตรมาส 1/2569 อยู่ในช่วงของการปรับตัวเชิงกลยุทธ์ผ่านการเข้มงวดนโยบายเครดิต ส่งผลให้รายได้และกำไรได้รับผลกระทบในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เริ่มวางรากฐานสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ผ่านการมัดจำที่ดิน ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ต้องติดตามว่าบริษัทจะสามารถสร้างกระแสเงินสดและผลตอบแทนกลับมาได้มากน้อยเพียงใดท่ามกลางความท้าทายในการบริหารต้นทุนคงที่ในปัจจุบัน