Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin VIBE

VIBE พลิกกำไรสุทธิ 1.66 ล้านบาทใน Q1/2569 รับอานิสงส์ขยายพอร์ตธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

รายได้รวมพุ่ง 67.36% หนุนผลประกอบการฟื้นตัว พร้อมเดินหน้าปรับกลยุทธ์ธุรกิจสมุนไพรและเวชสำอางต่อเนื่อง บริษัท ไวบ์ซินเนอร์จี้กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ VIBE รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1.66 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการขยายการลงทุนในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการรับรู้กำไรจากธุรกิจระบบจัดการร้านอาหารที่ลงทุนไว้ก่อนหน้า ซึ่งสามารถชดเชยผลขาดทุนจากธุรกิจเดิมของบริษัทได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ภาพรวมรายได้จากการขายและบริการเติบโตอย่างโดดเด่นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของการพลิกฟื้นกำไรในไตรมาสนี้ คือการปรับโครงสร้างรายได้ผ่านการลงทุนใหม่ในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งกลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการสร้างรายได้ใหม่ให้กับกลุ่มบริษัท หัวใจคืออะไร: ปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 17.43 ล้านบาท หรือเติบโต 67.36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยรายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่เพิ่งเข้าลงทุนใหม่มีสัดส่วนสูงถึง 56.59% ของรายได้รวม ประกอบกับการรับรู้กำไรจากธุรกิจระบบจัดการร้านอาหารที่ลงทุนไว้ในปีก่อนหน้า ช่วยลดทอนผลขาดทุนจากธุรกิจเดิม (ธุรกิจยาแผนโบราณและสมุนไพร) จนทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้สำเร็จ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: การเติบโตของรายได้เป็นผลโดยตรงจากการขยายพอร์ตธุรกิจที่รวดเร็วในระหว่างงวด อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการก็ปรับตัวสูงขึ้นในทิศทางเดียวกันที่ 24.99 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 73.58% YoY ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นไปตามสัดส่วนการเพิ่มขึ้นของรายได้จากบริษัทย่อยใหม่ที่เข้ามาสร้างฐานรายได้ให้บริษัท จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: มีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของการรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ที่เข้ามาเต็มไตรมาส แต่ความยั่งยืนของกำไรจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของธุรกิจใหม่ และการฟื้นตัวของธุรกิจเดิม (ยาและสมุนไพร) ที่บริษัทยังคงมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งต้องติดตามผลลัพธ์จากการปรับกลยุทธ์ทางการตลาดในไตรมาสถัดไป Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: พลิกเป็นบวก 1.66 ล้านบาท จากการปรับโครงสร้างธุรกิจ รายได้รวม: อยู่ที่ 43.30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.43 ล้านบาท (+67.36% YoY) สัดส่วนรายได้ใหม่: ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มที่ลงทุนใหม่คิดเป็น 56.59% ของรายได้รวม ต้นทุนขายและบริการ: อยู่ที่ 24.99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73.58% YoY ตามการขยายตัวของรายได้ กลยุทธ์ธุรกิจเดิม: ยังคงมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรแบรนด์ “การบูร” และขยายฐานลูกค้าใหม่เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน ภาพรวมผลประกอบการ บริษัทมีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างรายได้ที่ชัดเจนในไตรมาส 1/2569 โดยการเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพาธุรกิจยาและสมุนไพรเพียงอย่างเดียว ไปสู่การมีธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเข้ามาเป็นรายได้หลัก ส่งผลให้ภาพรวมรายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดดและสามารถพลิกจากผลขาดทุนมาเป็นกำไรได้ โอกาส การขยายพอร์ตธุรกิจเข้าสู่กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มช่องทางรายได้ใหม่ นอกจากนี้ การมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ยาและสมุนไพรแบรนด์ “การบูร” ให้มีความหลากหลายและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ๆ ยังเป็นโอกาสในการสร้างรายได้เสริมจากฐานลูกค้าเดิม ความเสี่ยง ต้นทุนขายและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่เร็วกว่ารายได้ (73.58% เทียบกับ 67.36%) สะท้อนถึงความท้าทายในการควบคุมอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจใหม่ที่เพิ่งเริ่มดำเนินการ ซึ่งหากไม่สามารถบริหารจัดการประสิทธิภาพได้ดีพอ อาจกดดันกำไรสุทธิในอนาคต สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ความคืบหน้าในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มสมุนไพรและเวชสำอาง ประสิทธิภาพในการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและการหาลูกค้าใหม่ของธุรกิจเดิม การบริหารจัดการต้นทุนรวมของกลุ่มบริษัทให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทั่วไป) บริษัทมีการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ โดยการนำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งส่งผลบวกต่อตัวเลขรายได้รวมอย่างชัดเจน ในขณะที่ธุรกิจเดิม (ยาแผนโบราณและสมุนไพร) ยังคงเป็นส่วนที่บริษัทพยายามปรับกลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโต โดยเน้นการเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และการทำการตลาดเชิงรุก สรุปท้าย VIBE ในไตรมาส 1/2569 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากการปรับโครงสร้างธุรกิจที่เน้นการลงทุนในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งช่วยผลักดันให้รายได้เติบโตถึง 67.36% และพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1.66 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของธุรกิจใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงความสำเร็จในการฟื้นตัวของธุรกิจยาและสมุนไพรเดิม ซึ่งจะเป็นปัจจัยชี้ขาดว่ากำไรในไตรมาสนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตที่ยั่งยืนหรือไม่