Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin VIBHA บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน)

VIBHA กำไรสุทธิ Q1/2569 พุ่ง 426% รับอานิสงส์กำไรจากมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินและส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม

ผลประกอบการฟื้นตัวโดดเด่นจากรายการพิเศษและเงินลงทุน แม้รายได้จากการรักษาพยาบาลหลักจะชะลอตัวลงเล็กน้อย บริษัท โรงพยาบาลวิภาวดี จำกัด (มหาชน) รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 136.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 426.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลง 4.59% มาอยู่ที่ 1,369.49 ล้านบาท โดยปัจจัยหนุนหลักมาจากกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินและการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างชัดเจน Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตแบบก้าวกระโดดในไตรมาสนี้ คือ "การพลิกกลับของรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ" โดยเฉพาะกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินจำนวน 16.02 ล้านบาท (เทียบกับปีก่อนที่ขาดทุนถึง 179.58 ล้านบาท) ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมอีก 29.80 ล้านบาท (+124.07% YoY) และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 19.18 ล้านบาท (-26.26% YoY) 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น แม้รายได้จากการรักษาพยาบาลจะลดลงจาก 1,384.79 ล้านบาท เหลือ 1,318.09 ล้านบาท และสัดส่วนต้นทุนการรักษาพยาบาลต่อรายได้ปรับตัวสูงขึ้น 2.87% (อยู่ที่ 74.75%) เนื่องจากภาระค่าตอบแทนและค่าเสื่อมราคาที่ยังอยู่ในระดับสูงของบริษัท เชียงใหม่รามธุรกิจการแพทย์ จำกัด (CMR) แต่บริษัทสามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ด้วย: กำไรจากสินทรัพย์ทางการเงิน: การเปลี่ยนจากขาดทุนเป็นกำไรในรายการนี้ส่งผลบวกต่อบรรทัดสุดท้ายของงบกำไรขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม: การเติบโตของกำไรจากบริษัทในเครือ เช่น รพ.วิภาราม และ รพ.เชียงใหม่ราม ช่วยหนุนฐานกำไรโดยรวม การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน: ภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรสุทธิ 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ปัจจัยหนุนกำไรในไตรมาสนี้ส่วนใหญ่เป็น "รายการที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติ" (Non-operating items) ซึ่งมีความผันผวนตามสภาวะตลาดและผลการดำเนินงานของบริษัทร่วม จึงถือเป็นลักษณะที่อาจไม่ต่อเนื่องในทุกไตรมาส ส่วนต้นทุนการรักษาพยาบาลที่สูงขึ้นในกลุ่ม CMR ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อลดสัดส่วนต้นทุนลงได้หรือไม่ในอนาคต Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 136.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 426.19% YoY รายได้รวม: 1,369.49 ล้านบาท ลดลง 4.59% YoY กำไรจากสินทรัพย์ทางการเงิน: บันทึกกำไร 16.02 ล้านบาท (ปีก่อนขาดทุน 179.58 ล้านบาท) ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม: 53.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 124.07% YoY ต้นทุนทางการเงิน: ลดลง 26.26% YoY มาอยู่ที่ 53.87 ล้านบาท ภาพรวมผลประกอบการ รายได้รวมของบริษัทลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบของรายได้จากการรักษาพยาบาลที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับเติบโตอย่างโดดเด่นจากการบริหารจัดการรายการทางการเงินและผลตอบแทนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่แข็งแกร่งขึ้น โอกาส การขยายตัวของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมหลายแห่ง เช่น รพ.วิภาราม และ รพ.เชียงใหม่ราม สะท้อนถึงศักยภาพของเครือข่ายโรงพยาบาลที่ยังคงสร้างผลตอบแทนได้ดี ซึ่งจะเป็นฐานกำไรที่สำคัญในระยะยาว ความเสี่ยง ต้นทุนการดำเนินงาน: สัดส่วนต้นทุนการรักษาพยาบาลต่อรายได้ที่เพิ่มขึ้น (โดยเฉพาะใน CMR) กดดันอัตรากำไรขั้นต้น ความผันผวนของสินทรัพย์ทางการเงิน: กำไร/ขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมมีความไม่แน่นอนสูงตามสภาวะตลาด ค่าใช้จ่ายในการบริหาร: สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้เพิ่มขึ้น 1.88% สะท้อนถึงความท้าทายในการควบคุมค่าใช้จ่ายคงที่ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ การควบคุมต้นทุนการรักษาพยาบาลของกลุ่ม CMR แนวโน้มส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมในไตรมาสถัดไป ความผันผวนของมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารและบริการให้สอดคล้องกับรายได้ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) รายได้หลักมาจาก รพ.วิภาวดี (698.90 ล้านบาท) และ รพ.เชียงใหม่ราม (621.23 ล้านบาท) โดยสัดส่วนต้นทุนการรักษาพยาบาลต่อรายได้ของ รพ.วิภาวดี อยู่ที่ 67.32% ในขณะที่ รพ.เชียงใหม่ราม อยู่ที่ 83.70% ซึ่งสะท้อนถึงโครงสร้างต้นทุนที่แตกต่างกันในแต่ละสาขา ฐานะการเงินและกระแสเงินสด บริษัทมีการบันทึกต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลดีต่อกระแสเงินสดและภาระหนี้สินของบริษัทในภาพรวม สรุปท้าย ผลประกอบการ Q1/2569 ของ VIBHA สะท้อนภาพการเติบโตของกำไรสุทธิที่เกิดจากรายการพิเศษและผลตอบแทนจากบริษัทร่วมเป็นหลัก แม้รายได้จากการดำเนินงานหลักจะเผชิญความท้าทายจากต้นทุนที่สูงขึ้น นักลงทุนควรติดตามความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานปกติ (Core Operation) ในไตรมาสถัดไปควบคู่ไปกับผลตอบแทนจากเงินลงทุนที่บริษัทถืออยู่