2026-09-16T05:24:12+00:00 fin WGE บริษัท เวล เกรด เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) WGE เผยผลประกอบการ Q1/2569 กำไรสุทธิ 31.34 ล้านบาท ลดลง 46.20% YoY จากช่วงรอยต่อโครงการใหม่ รายได้ก่อสร้างชะลอตัวตามจังหวะการเริ่มงานโครงการใหม่ที่เข้ามาช่วงปลายปี 2568 พร้อมจับตาการเร่งส่งมอบงานเพื่อรับรู้รายได้ในไตรมาสถัดไป บริษัท เวล เกรด เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ WGE รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 โดยมีรายได้จากการก่อสร้างและบริการอยู่ที่ 554.71 ล้านบาท ลดลง 28.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 31.34 ล้านบาท ลดลง 46.20% YoY โดยปัจจัยหลักมาจากสถานะของโครงการก่อสร้างที่อยู่ในช่วงเริ่มต้นดำเนินงาน ซึ่งยังไม่ถึงกำหนดการส่งมอบงานเพื่อรับรู้รายได้ในงวดนี้ ทั้งนี้ บริษัทมุ่งเน้นการบริหารจัดการโครงการใหม่ที่ได้รับมาเพื่อเตรียมรับรู้รายได้ในระยะถัดไป Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการในไตรมาส 1/2569 คือ "จังหวะเวลาของการรับรู้รายได้" (Revenue Recognition Timing) ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการที่โครงการใหม่ที่บริษัทได้รับมาในช่วงปลายปี 2568 ยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นของการก่อสร้าง ทำให้ยังไม่สามารถส่งมอบงานและรับรู้รายได้ตามงวดงานได้เต็มที่ในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักที่ทำให้กำไรลดลงมาจากรายได้จากการก่อสร้างและบริการที่ปรับตัวลดลง 159.69 ล้านบาท หรือลดลง 28.79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เมื่อรายได้หลักลดลงในขณะที่ต้นทุนคงที่บางส่วนยังคงอยู่ จึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นที่ลดลง 16.80 ล้านบาท หรือลดลง 26.18% ส่งผลต่อเนื่องมายังกำไรสุทธิที่ปรับตัวลดลง 46.20% YoY สำหรับแนวโน้มในอนาคต สถานการณ์นี้มีลักษณะเป็น "ปัจจัยชั่วคราวตามรอบโครงการ" (Project Cycle) เนื่องจากบริษัทมีโครงการใหม่ในมือที่เริ่มดำเนินงานแล้ว หากการก่อสร้างมีความคืบหน้าตามแผนและถึงกำหนดการส่งมอบงวดงานในไตรมาสถัดๆ ไป จะส่งผลให้รายได้และกำไรมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นตามความคืบหน้าของงานก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของโครงการใหม่เหล่านี้อย่างใกล้ชิดว่าสามารถดำเนินการได้ตามกำหนดการหรือไม่ Highlight สำคัญ รายได้จากการก่อสร้างและบริการ: อยู่ที่ 554.71 ล้านบาท ลดลง 28.79% YoY กำไรสุทธิ: อยู่ที่ 31.34 ล้านบาท ลดลง 46.20% YoY ต้นทุนงานก่อสร้าง: ลดลง 29.13% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง อัตราส่วนค่าใช้จ่ายบริหาร: เพิ่มขึ้นเป็น 3.97% ของรายได้รวม จากเดิม 3.19% ใน Q1/2568 ฐานะการเงิน: สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 3.06% จากการรับชำระเงินลูกหนี้การค้าได้ดีขึ้น ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของ WGE ปรับตัวลดลงทั้งในแง่รายได้และกำไรสุทธิ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการที่โครงการใหม่ที่ได้รับมาในช่วงปลายปี 2568 ยังไม่ถึงกำหนดการรับรู้รายได้ ซึ่งเป็นลักษณะปกติของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่รายได้จะผันแปรตามความคืบหน้าของโครงการ โอกาส การมีโครงการใหม่ที่เข้ามาในช่วงปลายปี 2568 เป็นสัญญาณบวกของปริมาณงานในมือ (Backlog) ที่จะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต หากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและเร่งการก่อสร้างให้เป็นไปตามแผนงาน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นตัวของรายได้และกำไรในไตรมาสถัดไป ความเสี่ยง ความเสี่ยงหลักคือความล่าช้าในการก่อสร้างหรืออุปสรรคในการส่งมอบงานตามงวดงาน ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการรับรู้รายได้ นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเมื่อเทียบกับรายได้รวม สะท้อนถึงความจำเป็นในการควบคุมประสิทธิภาพการบริหารจัดการในช่วงที่รายได้รวมยังไม่สูงนัก สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าของโครงการใหม่ที่เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปลายปี 2568 การส่งมอบงานตามงวดงานในไตรมาสถัดไปเพื่อรับรู้รายได้ การบริหารจัดการต้นทุนก่อสร้างเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้สอดคล้องกับรายได้ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ในไตรมาสนี้ บริษัทมีรายได้จากการก่อสร้างและบริการ 554.71 ล้านบาท โดยต้นทุนงานก่อสร้างอยู่ที่ 490.55 ล้านบาท คิดเป็นกำไรขั้นต้น 64.16 ล้านบาท การที่รายได้ลดลงในอัตราที่ใกล้เคียงกับการลดลงของต้นทุน (28.79% vs 29.13%) สะท้อนว่าบริษัทสามารถควบคุมต้นทุนผันแปรได้ในระดับหนึ่ง แต่การลดลงของรายได้รวมส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,535.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.06% จากสิ้นปี 2568 โดยมีปัจจัยบวกจากการรับชำระเงินจากลูกหนี้การค้าได้เพิ่มขึ้น ในขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,005.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.37% จากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าตามการดำเนินงานปกติ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 530.17 ล้านบาท จากผลกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสนี้ สรุปท้าย WGE เผชิญกับช่วงรอยต่อของโครงการก่อสร้างในไตรมาส 1/2569 ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม ด้วยฐานะทางการเงินที่ยังคงมีความแข็งแกร่งจากการได้รับชำระหนี้จากลูกหนี้การค้า และการมีโครงการใหม่ในมือที่รอรับรู้รายได้ นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของการส่งมอบงานในไตรมาสถัดไป ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมาเติบโตตามแผนงานที่วางไว้