Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin CMO บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน)

CMO เผยกำไร Q1/2569 หดตัว 61.5% จากแรงกดดันด้านต้นทุนและการแข่งขันในอุตสาหกรรมอีเวนต์

รายได้จากการให้บริการปรับลดลงตามภาวะตลาด ขณะที่ต้นทุนแปรผันและค่าใช้จ่ายบุคลากรเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรสุทธิให้เหลือเพียง 5.1% บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) หรือ CMO รายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1/2569 โดยมีรายได้จากการให้บริการ 411.94 ล้านบาท ลดลง 5.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 20.8 ล้านบาท ลดลง 61.5% จากปีก่อนหน้า โดยได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมอีเวนต์และการสร้างประสบการณ์ ซึ่งส่งผลต่อทั้งราคาขายและต้นทุนการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้น Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ CMO ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ คือ "การบีบตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)" ซึ่งลดลงจาก 32.5% ใน Q1/2568 เหลือเพียง 26.2% ใน Q1/2569 ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรที่ปรับตัวสูงขึ้นจากการปรับโครงสร้างองค์กร 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ปัจจัยหลักมาจาก 2 มิติที่สวนทางกัน คือ (1) รายได้ที่ลดลง จากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น ทั้งจากผู้ประกอบการในประเทศและทุนต่างชาติที่เข้ามาทำตลาด รวมถึงจังหวะการรับรู้รายได้ของโครงการ (Project-based) ที่มีความผันผวน และ (2) ต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาวัสดุและค่าบริการของผู้รับเหมาช่วงที่ปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะตลาด ทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถรักษาระดับมาร์จินเดิมไว้ได้ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายคงที่ (Fixed Cost) ด้านบุคลากรเพิ่มขึ้น 12.4% YoY จากการเสริมทีมงานเพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ยังไม่ชัดเจนและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากรายได้ของบริษัทฯ มีลักษณะเป็นงานโครงการ (Project-based) ซึ่งมีความผันผวนตามจังหวะการส่งมอบงาน อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้านต้นทุนและการแข่งขันในอุตสาหกรรมอีเวนต์มีแนวโน้มดำเนินต่อไป ซึ่งบริษัทฯ พยายามแก้เกมด้วยการคัดเลือกโครงการที่มีอัตรากำไรเหมาะสมและการบริหารต้นทุนโครงการเชิงรุก แต่ความสามารถในการทำกำไรจะฟื้นตัวได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าใหม่และประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนในไตรมาสถัดไป Highlight สำคัญ รายได้จากการให้บริการ: 411.94 ล้านบาท ลดลง 5.4% YoY และ 5.8% QoQ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): ปรับลดลงเหลือ 26.2% จาก 32.5% ในปีก่อน กำไรสุทธิ: 20.8 ล้านบาท ลดลง 61.5% YoY และ 35.1% QoQ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร: เพิ่มขึ้น 12.4% YoY อยู่ที่ 80.61 ล้านบาท หลักจากค่าใช้จ่ายบุคลากร สถานะการเงิน: D/E Ratio ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 1.72 เท่า (จาก 1.75 เท่า ณ สิ้นปี 2568) สะท้อนวินัยทางการเงินที่ดีขึ้น ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 สะท้อนความท้าทายของธุรกิจอีเวนต์ที่เผชิญการแข่งขันสูง รายได้ที่ลดลงและต้นทุนที่สูงขึ้นกดดันกำไรสุทธิอย่างหนัก แม้บริษัทฯ จะพยายามรักษาฐานลูกค้าเดิมและขยายงานใหม่ แต่ด้วยโครงสร้างต้นทุนคงที่ที่สูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิลดลงเหลือ 20.8 ล้านบาท โอกาส การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) ในประเทศไทยที่คาดการณ์มูลค่าตลาดรวมกว่า 200,000 ล้านบาทในปี 2568 การขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดต่างประเทศและกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่เพื่อลดการพึ่งพาตลาดในประเทศ การยกระดับมาตรฐานความยั่งยืน (Sustainability Compliance) เพื่อสร้างความแตกต่างและดึงดูดลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่ ความเสี่ยง การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากผู้ประกอบการทุนต่างชาติ ความผันผวนของรายได้เนื่องจากเป็นธุรกิจรับเหมาโครงการ (Project-based) ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องเนื่องจากรอบการรับรู้รายได้และการเรียกเก็บเงินอาจไม่สอดคล้องกับรอบการชำระต้นทุน สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ อัตรากำไรขั้นต้น (GPM): จะสามารถฟื้นตัวกลับมาสู่ระดับ 30% ได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป การบริหารกระแสเงินสด: เนื่องจากเงินสดลดลง 49% จากสิ้นปี 2568 การควบคุมค่าใช้จ่ายบุคลากร: ว่าจะสอดคล้องกับรายได้ที่ทำได้จริงหรือไม่ ความคืบหน้าของงานในมือ (Work-in-Progress): การรับรู้รายได้ในไตรมาสถัดไปตามแผน รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) บริษัทฯ มีรายได้หลักจาก 3 ส่วน คือ งานอีเวนต์ครบวงจร, งานออกแบบและก่อสร้างพื้นที่จัดแสดง, และงานระบบเทคนิค โดยมีจุดแข็งที่การให้บริการแบบครบวงจร (Total Experience Solutions) อย่างไรก็ตาม ในไตรมาสนี้บริษัทฯ เผชิญกับภาวะ "ต้นทุนแปรผัน" ที่พุ่งสูงขึ้นจากผู้รับเหมาช่วง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนต้นทุนหลักของโครงการ ทำให้การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จในระยะถัดไป ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ 31 มีนาคม 2569 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,144.32 ล้านบาท โดยมีเงินสดลดลงเหลือ 60 ล้านบาท จากการใช้เงินทุนหมุนเวียนในโครงการ อย่างไรก็ตาม D/E Ratio ปรับตัวดีขึ้นที่ 1.72 เท่า สะท้อนว่าบริษัทฯ ไม่ได้ก่อหนี้เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ แต่สภาพคล่อง (Current Ratio 0.60 เท่า) ถือว่าค่อนข้างตึงตัว สรุปท้าย CMO ผ่านไตรมาส 1/2569 ด้วยผลประกอบการที่ชะลอตัวลงอย่างชัดเจนจากแรงกดดันด้านการแข่งขันและต้นทุนที่สูงขึ้น แม้บริษัทฯ จะมีวินัยทางการเงินที่ดีขึ้นผ่านการลด D/E Ratio แต่ความท้าทายหลักอยู่ที่การรักษาอัตรากำไรท่ามกลางตลาดที่มีการแข่งขันสูง นักลงทุนควรจับตาความสามารถในการบริหารโครงการและการควบคุมต้นทุนในไตรมาสถัดไปเป็นสำคัญ