2026-09-16T05:03:57+00:00 fin KPNREIT KPNREIT โชว์กำไร Q1/2569 โต 52.9% รับอานิสงส์เงินชดเชยประกันภัย-อัตราเช่าฟื้นตัว รายได้รวมพุ่ง 15.39% หนุนกำไรจากการลงทุนสุทธิแตะ 8.82 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าปรับปรุงอาคารเพิ่มศักยภาพพื้นที่เช่า KPNREIT เผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 8.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากรายได้เงินชดเชยประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก (BI) จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในอดีต ประกอบกับการฟื้นตัวของอัตราการเช่าพื้นที่และอัตราค่าเช่าเฉลี่ยที่ปรับตัวดีขึ้นหลังการปรับปรุงอาคารคืบหน้ากว่า 60% ซึ่งสะท้อนถึงภาพลักษณ์และศักยภาพของอาคารที่แข็งแกร่งขึ้นในสายตาผู้เช่า Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของกำไรที่เติบโตในไตรมาสนี้ คือ "การรับรู้รายได้เงินชดเชยประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก" ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการพื้นที่เช่าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น 1) หัวใจคืออะไร กำไรจากการลงทุนสุทธิที่ 8.82 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 3.05 ล้านบาท YoY) มีปัจจัยหลักมาจากรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 4.90 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินชดเชยสินไหมทดแทนจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อปี 2568 นอกจากนี้ อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 46.6% และอัตราค่าเช่าเฉลี่ยปรับขึ้นมาอยู่ที่ 429 บาทต่อตารางเมตร จาก 421 บาทต่อตารางเมตรในปีก่อนหน้า 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น รายการพิเศษ: กองทรัสต์ได้รับเงินชดเชยสินไหมทดแทนครบตามกรมธรรม์ประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก ทำให้มีกระแสเงินสดและรายได้อื่นเข้ามาช่วยหนุนกำไรในไตรมาสนี้ การดำเนินงาน: การปรับปรุงอาคาร (Major Renovation) ที่คืบหน้าไปกว่า 60% เริ่มส่งผลบวกต่อภาพลักษณ์อาคาร ทำให้สามารถดึงดูดผู้เช่ารายใหม่ในพื้นที่ล็อบบี้และพื้นที่ร้านค้าได้ รวมถึงการต่อสัญญาของผู้เช่ารายเดิมที่ทำได้ในอัตราค่าเช่าที่สูงขึ้น (เฉลี่ยสูงกว่า 450 บาทต่อตารางเมตร) การควบคุมต้นทุน: แม้ต้นทุนค่าเช่าและบริการจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่กองทรัสต์สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงและค่าดำเนินการบริหารอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ลักษณะครั้งคราว: รายได้จากเงินชดเชยประกันภัยเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (One-time) จึงไม่ถือเป็นรายได้ต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการฟื้นตัวของอัตราการเช่าและอัตราค่าเช่าถือเป็นปัจจัยบวกที่มีโอกาสต่อเนื่อง หากโครงการปรับปรุงอาคารแล้วเสร็จสมบูรณ์ตามแผน ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดผู้เช่ารายใหม่ได้มากขึ้น Highlight สำคัญ กำไรจากการลงทุนสุทธิ: 8.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.90% YoY รายได้รวม: 24.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.39% YoY อัตราการเช่า: ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเป็น 46.6% (จาก 46.4% ในไตรมาสก่อน) อัตราค่าเช่าเฉลี่ย: ปรับขึ้นเป็น 429 บาท/ตร.ม. (จาก 421 บาท/ตร.ม. ในปีก่อน) การจ่ายประโยชน์ตอบแทน: ประกาศจ่าย 0.0304 บาทต่อหน่วย กำหนดจ่ายวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ภาพรวมผลประกอบการ รายได้รวมเติบโตขึ้นจากการรับรู้เงินชดเชยประกันภัย แม้รายได้จากการเช่าและบริการจะลดลงเล็กน้อย 6.26% QoQ เนื่องจากมีผู้เช่าบางส่วนไม่ต่อสัญญาและต้องใช้เวลาในการจัดหาผู้เช่ารายใหม่ แต่ในภาพรวมกองทรัสต์สามารถรักษาเสถียรภาพของกำไรได้ดีผ่านการบริหารต้นทุนและการปรับปรุงทรัพย์สิน โอกาส การปรับปรุงอาคาร: เมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะเป็นปัจจัยหลักในการเพิ่มอัตราการเช่าและเพิ่มรายได้จากพื้นที่เชิงพาณิชย์ (ร้านค้า) การต่อสัญญา: ผู้เช่ารายเดิมมีอัตราการต่อสัญญาที่สูง (81.1%) และสามารถปรับขึ้นค่าเช่าได้สะท้อนถึงความต้องการพื้นที่ในทำเลนี้ ความเสี่ยง ระยะเวลาจัดหาผู้เช่า: การสูญเสียผู้เช่าเดิมและระยะเวลาที่ต้องใช้ในการหาผู้เช่ารายใหม่ส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าเช่าในระยะสั้น ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุง: การลงทุนในโครงการปรับปรุงอาคารอาจส่งผลต่อกระแสเงินสดและกำไรสะสมในระยะสั้น สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าการปรับปรุงอาคาร (Major Renovation) ให้แล้วเสร็จตามแผน ความสามารถในการดึงดูดผู้เช่ารายใหม่มาเติมเต็มพื้นที่ว่าง การบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานให้คงประสิทธิภาพต่อเนื่อง แนวโน้มการต่อสัญญาเช่าที่จะหมดอายุในปี 2569 (สัดส่วน 5.8%) รายละเอียดเชิงลึก กองทรัสต์มีพื้นที่ให้เช่ารวม 26,983 ตร.ม. โดยมี WALE อยู่ที่ 0.8 ปี สัญญาเช่าส่วนใหญ่ (49.2%) เป็นสัญญาระยะเวลา 3 ปี ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงของรายได้ในระดับหนึ่ง การที่ผู้เช่ารายใหม่เข้ามาในพื้นที่ล็อบบี้ที่ปรับปรุงใหม่เป็นสัญญาณบวกของการปรับเปลี่ยนกลุ่มผู้เช่าให้มีความหลากหลายและสร้างรายได้เพิ่มขึ้น ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ 31 มีนาคม 2569 กองทรัสต์มีสินทรัพย์รวม 1,751.83 ล้านบาท โดยไม่มีภาระหนี้สินเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงิน ทำให้สถานะทางการเงินมีความแข็งแกร่ง เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดอยู่ที่ 75.69 ล้านบาท เพียงพอต่อการบริหารสภาพคล่องและการลงทุนปรับปรุงอาคาร สรุปท้าย ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 ของ KPNREIT ได้รับแรงหนุนพิเศษจากเงินชดเชยประกันภัยที่ช่วยผลักดันกำไรให้เติบโตโดดเด่น แม้รายได้จากการเช่าปกติจะยังคงเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนผ่านผู้เช่า แต่การปรับปรุงอาคารที่คืบหน้าและอัตราค่าเช่าที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญสำหรับทิศทางในอนาคต นักลงทุนควรติดตามความสำเร็จในการหาผู้เช่ารายใหม่หลังการปรับปรุงอาคารเสร็จสิ้น ซึ่งจะเป็นตัวแปรหลักในการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนต่อไป