Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
fin LALIN บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

LALIN เผยกำไร Q1/2569 อยู่ที่ 73.70 ล้านบาท ลดลง 21.06% ตามภาวะตลาดอสังหาฯ ชะลอตัว

รายได้จากการขายปรับตัวลดลงตามภาพรวมอุตสาหกรรม ขณะที่บริษัทคุมเข้มค่าใช้จ่ายบริหารเพื่อประคองผลประกอบการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ LALIN รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 73.70 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 21.06% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 93.37 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงตามทิศทางการชะลอตัวของภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้ปรับตัวลดลงได้ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันเพื่อลดผลกระทบต่อกำไรสุทธิ Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของผลประกอบการในไตรมาส 1/2569 คือการหดตัวของรายได้จากการขาย ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวมที่ยังคงมีการชะลอตัว ส่งผลให้ยอดรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: รายได้จากการขายลดลง: บริษัทมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 602.53 ล้านบาท ลดลงจาก 721.16 ล้านบาทในไตรมาส 1/2568 หรือคิดเป็นการลดลง 16.45% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นไปตามทิศทางเดียวกับการชะลอตัวของภาวะตลาดโดยรวม การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย: แม้รายได้จะลดลง แต่บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดี โดยลดลงเหลือ 110.01 ล้านบาท (ลดลง 21.43% YoY) รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง 1.39 ล้านบาท มาอยู่ที่ 6.45 ล้านบาท ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากการลดลงของรายได้ไม่ให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงรุนแรงกว่านี้ จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: จากข้อมูลในเอกสาร แนวโน้มผลประกอบการยังคงมีความผันผวนตาม "ภาวะตลาดโดยรวม" ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่บริษัทไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งนี้ บริษัทยังไม่ได้ระบุถึงแผนการกระตุ้นยอดขายหรือการเปิดโครงการใหม่ที่จะเข้ามาพลิกฟื้นรายได้ในระยะสั้น ดังนั้นสถานการณ์การชะลอตัวของรายได้จึงมีลักษณะที่ต้องติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิดต่อไป Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 73.70 ล้านบาท ลดลง 21.06% YoY รายได้จากการขาย: 602.53 ล้านบาท ลดลง 16.45% YoY ตามภาวะตลาด การควบคุมต้นทุน: ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 21.43% YoY เหลือ 110.01 ล้านบาท ภาระดอกเบี้ย: ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 1.39 ล้านบาท มาอยู่ที่ 6.45 ล้านบาท ทิศทางตลาด: ฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่าผลประกอบการได้รับผลกระทบจากภาวะตลาดอสังหาฯ ที่ชะลอตัว ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 1/2569 บริษัทมีรายได้และกำไรที่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายลดลง 16.45% ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 21.06% อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ในอัตราที่สูงกว่าการลดลงของรายได้ สะท้อนถึงความพยายามในการบริหารจัดการประสิทธิภาพภายในองค์กรเพื่อรับมือกับสภาวะตลาดที่ซบเซา โอกาส แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุถึงโอกาสการเติบโตใหม่ๆ แต่การที่บริษัทสามารถลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ถึง 21.43% แสดงให้เห็นถึงความคล่องตัวในการปรับตัวของโครงสร้างต้นทุน ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกหากภาวะตลาดเริ่มฟื้นตัวและบริษัทสามารถเพิ่มยอดขายได้ในอนาคต ความเสี่ยง ความเสี่ยงหลักที่ระบุในเอกสารคือ "ภาวะตลาดโดยรวมที่ชะลอตัว" ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากการขายของบริษัท ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของฝ่ายจัดการ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ทิศทางของภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสถัดไปว่าจะมีการฟื้นตัวหรือไม่ ความสามารถในการรักษาระดับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้ต่ำอย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการกระแสเงินสดและภาระทางการเงินในสภาวะที่รายได้จากการขายยังไม่ฟื้นตัว รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ในไตรมาสนี้ LALIN เผชิญกับความท้าทายด้านยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลงตามภาวะตลาด โดยรายได้จากการขาย 602.53 ล้านบาท สะท้อนถึงความต้องการซื้อในตลาดที่ยังคงเปราะบาง ทั้งนี้ บริษัทไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Backlog หรือยอด Presale ในไตรมาสนี้ ทำให้การประเมินความสามารถในการรับรู้รายได้ในไตรมาสถัดไปทำได้จำกัด ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับงบแสดงฐานะการเงิน (สินทรัพย์, หนี้สิน, D/E Ratio) หรือรายละเอียดกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงินในไตรมาสนี้ สรุปท้าย ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของ LALIN สะท้อนถึงความท้าทายจากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว ส่งผลให้รายได้จากการขายลดลง 16.45% และกำไรสุทธิลดลง 21.06% แม้บริษัทจะประสบความสำเร็จในการลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลงได้ถึง 21.43% เพื่อประคองกำไร แต่ทิศทางในอนาคตยังคงขึ้นอยู่กับภาวะตลาดโดยรวมเป็นสำคัญ นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ตลาดอสังหาฯ และความสามารถในการทำยอดขายของบริษัทในไตรมาสถัดไปอย่างใกล้ชิด