2026-09-16T05:03:47+00:00 fin NWR บริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) NWR เผยผลประกอบการปี 2568 ขาดทุนลดลงเหลือ 1,001.86 ล้านบาท รับอานิสงส์คุมเข้มค่าใช้จ่าย รายได้ก่อสร้างทรงตัว-อสังหาฯ ชะลอตัวหนัก ด้านฝ่ายจัดการเร่งปรับแผนธุรกิจและลดต้นทุนเพื่อประคองสภาพคล่อง บริษัท เนาวรัตน์พัฒนาการ จำกัด (มหาชน) หรือ NWR รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 โดยมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ที่ 1,001.86 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ขาดทุน 3,983.53 ล้านบาท แม้ภาพรวมรายได้จากการก่อสร้างจะทรงตัวและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการเข้าถึงสินเชื่อที่ยากขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเดินหน้าประมูลงานใหม่เพื่อสร้างกระแสเงินสดต่อเนื่อง Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญของการปรับตัวดีขึ้นของผลประกอบการในปี 2568 คือ "การลดลงอย่างมากของรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงิน" และ "มาตรการควบคุมค่าใช้จ่ายภายในอย่างเข้มงวด" ซึ่งช่วยบรรเทาผลกระทบจากรายได้ในธุรกิจหลักที่ยังคงเผชิญความท้าทาย 1) หัวใจคืออะไร ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลขาดทุนลดลงคือการตั้งสำรองขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงินที่ลดลงเหลือ 164.31 ล้านบาท จากเดิมที่สูงถึง 812.04 ล้านบาทในปี 2567 (ลดลง 79.77%) ประกอบกับการลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร 167.84 ล้านบาท (ลดลง 26.60%) และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง 24.68 ล้านบาท จากการลดลงของเงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ย 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การบริหารต้นทุน: บริษัทปรับแผนธุรกิจและใช้มาตรการลดค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายในการขายลดลงในทุกภาคส่วน ต้นทุนก่อสร้าง: ต้นทุนงานก่อสร้างปรับตัวดีขึ้นเนื่องจากผู้ว่าจ้างอนุมัติค่างานเพิ่มในส่วนที่บริษัทเคยรับรู้ต้นทุนไปแล้วในปี 2567 แรงกดดันจากอสังหาฯ: ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีรายได้ลดลง 50.93% จากภาวะเศรษฐกิจและสินเชื่อที่เข้มงวด ทำให้บริษัทต้องปรับลดราคาขายเพื่อเร่งปิดโครงการเอสเพนคอนโด และตั้งประมาณการขาดทุนจากการขายโครงการบารานีพาร์ค ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันมาร์จินในส่วนนี้ 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ สถานการณ์ยังคงมีความท้าทายสูงและ "ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม" เนื่องจากบริษัทยังมีผลขาดทุนสะสมและส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ โดยฝ่ายบริหารต้องอาศัยมาตรการเชิงรุก เช่น การเข้าประมูลงานใหม่ การเจรจาขยายเวลาชำระหนี้ และการหาผู้ร่วมลงทุน เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องตามที่ระบุไว้ในเอกสาร Highlight สำคัญ ผลขาดทุนสุทธิ: ลดลงเหลือ 1,001.86 ล้านบาท จาก 3,983.53 ล้านบาทในปี 2567 รายได้ก่อสร้าง: อยู่ที่ 7,593.78 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.49% จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ธุรกิจอสังหาฯ: รายได้ลดลง 50.93% เหลือ 166.15 ล้านบาท จากปัญหาการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน ธุรกิจคอนกรีต: รายได้เติบโต 23.56% อยู่ที่ 437.39 ล้านบาท จากการส่งมอบงานที่ผลิตในปี 2567 การด้อยค่าสินทรัพย์: ลดลงอย่างมากเหลือ 164.31 ล้านบาท จาก 812.04 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา สถานะทางการเงิน: ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ 2,952 ล้านบาท โดยบริษัทได้รับความยินยอมผ่อนผันการดำรงสัดส่วนทางการเงินจากธนาคารไทยพาณิชย์แล้ว ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการปี 2568 สะท้อนถึงการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้รวมจากการก่อสร้างยังคงเป็นรายได้หลัก แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้รับผลกระทบเชิงลบจากกำลังซื้อและสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายทางการเงิน รวมถึงการตั้งสำรองด้อยค่าที่ลดลง เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยให้ผลขาดทุนสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โอกาส การส่งมอบงานในธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีตที่มีแนวโน้มเติบโต การได้รับอนุมัติค่างานเพิ่มจากผู้ว่าจ้างในโครงการก่อสร้างเดิม ความพยายามในการหาผู้ร่วมลงทุนใหม่เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ความเสี่ยง ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวที่ส่งผลต่อการประมูลงานใหม่ ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่กระทบต่อยอดโอนอสังหาริมทรัพย์ สถานะทางการเงินที่ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบและหนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความสำเร็จในการประมูลงานก่อสร้างใหม่เพื่อสร้างรายได้ ความคืบหน้าในการเจรจากับสถาบันการเงินเรื่องการขยายเวลาชำระหนี้ การหาผู้ร่วมลงทุนเพื่อแก้ไขปัญหาผลขาดทุนเกินทุน การบริหารจัดการลูกหนี้การค้าและรายได้รอเรียกเก็บที่ค้างชำระนาน รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ธุรกิจก่อสร้างยังคงเป็นรายได้หลักของบริษัท แต่การประมูลงานใหม่ทำได้ยากขึ้นจากเศรษฐกิจชะลอตัว ในขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประสบปัญหาการโอนบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม โดยโครงการเอสเพนคอนโดปัจจุบันขายหมดแล้ว แต่ต้องมีการปรับลดราคาเพื่อเร่งปิดการขาย ส่วนโครงการบารานีพาร์คมีการตั้งประมาณการขาดทุนจากการขายต่ำกว่าทุน ทั้งนี้ บริษัทมีลูกหนี้การค้าที่ค้างชำระนานในกลุ่มกิจการที่เกี่ยวข้องกัน ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างติดตามการชำระคืนตามกระแสเงินสดของกิจการเหล่านั้น ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีผลขาดทุนสะสม 7,241 ล้านบาท และมีหนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน 3,225 ล้านบาท ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ 2,952 ล้านบาท บริษัทไม่สามารถดำรงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นได้ตามเกณฑ์ แต่ได้รับความยินยอมผ่อนผันจากธนาคารไทยพาณิชย์แล้ว สรุปท้าย ผลการดำเนินงานของ NWR ในปี 2568 แสดงถึงความพยายามอย่างหนักในการลดค่าใช้จ่ายและบริหารจัดการต้นทุนเพื่อลดผลขาดทุน แม้รายได้หลักจะยังถูกกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว แต่การลดลงของรายการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงินถือเป็นสัญญาณบวก อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญในรอบถัดไปคือการแก้ไขปัญหาฐานะการเงินที่ส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบและการเพิ่มสภาพคล่องผ่านการประมูลงานใหม่ ซึ่งนักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าในการเจรจากับสถาบันการเงินและแผนการหาผู้ร่วมลงทุนอย่างใกล้ชิด