2026-09-16T05:03:47+00:00 fin PEER บริษัท เพียร์ ฟอร์ ยู จำกัด (มหาชน) PEER พลิกกำไรสุทธิ 68 ล้านบาทใน Q1/2569 รับอานิสงส์ขายบริษัทย่อยและกำไรจากสินทรัพย์ทางการเงิน รายได้ธุรกิจ Contact Center หดตัวตามสัญญาที่หมดอายุ แต่ธุรกิจขายสินค้าผ่านสื่อดิจิทัลเติบโตเด่นหนุนมาร์จินรวมพุ่ง บริษัท เพียร์ ฟอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ PEER รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 โดยมีกำไรสุทธิ 68.12 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนในปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้รับแรงหนุนหลักจากรายการพิเศษจากการจำหน่ายบริษัทย่อยและการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลงร้อยละ 7.73 มาอยู่ที่ 112.30 ล้านบาท จากการหมดอายุของสัญญาในธุรกิจ Contact Center แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนจนทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่น Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญของกำไรสุทธิ 68.12 ล้านบาทในไตรมาสนี้ มาจาก "รายการพิเศษ" เป็นหลัก ได้แก่ กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัท เนสท์ติฟลาย จำกัด จำนวน 48.61 ล้านบาท และกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินจำนวน 38.50 ล้านบาท ซึ่งรายการเหล่านี้เข้ามาทดแทนรายได้หลักที่ลดลงจากธุรกิจ Contact Center ที่สัญญาบางส่วนหมดอายุลง 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเปลี่ยนแปลงของกำไรเกิดจากกลยุทธ์การปรับโครงสร้างธุรกิจและการบริหารพอร์ตการลงทุน: ด้านรายได้: รายได้จากส่วนงาน Contact Center ลดลง 17.40 ล้านบาท (-32.4%) เนื่องจากสัญญาหมดอายุ แต่ถูกชดเชยบางส่วนด้วยรายได้จากการขายสินค้าผ่านสื่อดิจิทัลที่เพิ่มขึ้น 7.99 ล้านบาท จากการขยายเวลาออกอากาศและช่องทางจำหน่าย ด้านประสิทธิภาพ: อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 54.99 (เพิ่มขึ้น 9.77%) สะท้อนถึงการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในภาพรวม ด้านรายการพิเศษ: การขายบริษัทย่อยและการตีมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินใหม่ส่งผลบวกโดยตรงต่อบรรทัดสุดท้ายของงบกำไรขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ ปัจจัยหนุนกำไรในไตรมาสนี้ส่วนใหญ่เป็น "ลักษณะครั้งคราว" (One-time gain) จากการขายสินทรัพย์และกำไรจากการตีมูลค่าทางการเงิน ซึ่งไม่สามารถคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกันทุกไตรมาส ส่วนการเติบโตของธุรกิจขายสินค้าผ่านสื่อดิจิทัลมีแนวโน้มขยายตัวได้หากบริษัทรักษาประสิทธิภาพการออกอากาศได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจ Contact Center ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามความสามารถในการหาสัญญาใหม่มาทดแทนส่วนที่หมดอายุไป Highlight สำคัญ กำไรสุทธิ: 68.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125.77 ล้านบาท (+218%) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้รวม: 112.30 ล้านบาท ลดลง 9.41 ล้านบาท (-7.73%) อัตรากำไรขั้นต้น: ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 54.99% เพิ่มขึ้น 9.77% จากการคุมต้นทุน รายการพิเศษ: รับรู้กำไรจากการขายบริษัทย่อย 48.61 ล้านบาท และกำไรจากมูลค่ายุติธรรมสินทรัพย์ 38.50 ล้านบาท การติดตามหนี้: ได้รับชำระเงินกู้ยืมจากบริษัท เอ็กซ์ไบโอไซเอนซ์ฯ (XO) ครบ 40 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย และได้รับเงินมัดจำจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 15 ล้านบาท ภาพรวมผลประกอบการ ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านธุรกิจ โดยรายได้หลักจากการให้บริการ Contact Center ลดลงตามสัญญาที่หมดอายุ แต่บริษัทสามารถชดเชยด้วยการขยายธุรกิจขายสินค้าผ่านสื่อดิจิทัลและได้รับกำไรจากการบริหารพอร์ตการลงทุนและขายบริษัทย่อย ทำให้สถานะทางการเงินแข็งแกร่งขึ้นด้วยส่วนของผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้น 10% โอกาส การขยายช่องทางและระยะเวลาออกอากาศในธุรกิจขายสินค้าผ่านสื่อดิจิทัล ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงฐานลูกค้าใหม่ๆ การได้รับชำระหนี้คงค้างจากลูกหนี้หลายราย ช่วยเพิ่มสภาพคล่องและกระแสเงินสดให้กับบริษัท ความเสี่ยง ความไม่แน่นอนของรายได้ในธุรกิจ Contact Center หากไม่สามารถหาสัญญาใหม่มาทดแทนสัญญาที่หมดอายุได้ ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 8.31 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากลูกหนี้การค้าในธุรกิจ Contact Center ความเสี่ยงทางกฎหมายจากการติดตามหนี้ค่าหุ้นคงค้างของบริษัท ฟิจิตอลสเปซฯ (FSB) จำนวน 120 ล้านบาท ซึ่งยังอยู่ในขั้นตอนการฟ้องร้องและอุทธรณ์ สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าคดีความการติดตามหนี้ค่าหุ้น FSB (ลูกหนี้รายแรกที่ศาลตัดสินแล้ว และรายที่สองที่อยู่ระหว่างสืบพยาน) การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้คงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง แผนการหาลูกค้าใหม่ในธุรกิจ Contact Center เพื่อทดแทนรายได้ที่หายไป การบริหารจัดการผลขาดทุนด้านเครดิตของลูกหนี้การค้า รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ) บริษัทมุ่งเน้นการบริหารจัดการงานลูกค้าสัมพันธ์ (Contact Center) และการขายสินค้าผ่านสื่อดิจิทัล โดยในไตรมาสนี้มีการปรับโครงสร้างด้วยการขายบริษัทย่อย (เนสท์ติฟลาย) ออกไป ทำให้ต้องแยกผลการดำเนินงานของบริษัทดังกล่าวออกเป็นรายการที่ยกเลิกแล้ว ขณะที่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 11.49 ล้านบาท สอดคล้องกับการขยายเวลาออกอากาศเพื่อดันยอดขายสินค้า ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 944.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ทางการเงิน หนี้สินรวมลดลงเหลือ 220.42 ล้านบาท (-25.74 ล้านบาท) ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 723.65 ล้านบาท สะท้อนฐานะการเงินที่ปรับตัวดีขึ้นจากการชำระหนี้และการบริหารสินทรัพย์ สรุปท้าย PEER ในไตรมาส 1/2569 มีผลประกอบการที่โดดเด่นจากกำไรพิเศษและการบริหารสินทรัพย์ แม้รายได้หลักจากธุรกิจบริการจะลดลง แต่การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการขยายตัวของธุรกิจขายสินค้าผ่านสื่อดิจิทัลช่วยประคองภาพรวมไว้ได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าการติดตามหนี้สินคงค้างและการสร้างรายได้จากธุรกิจหลักในระยะถัดไป เนื่องจากกำไรที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้มีปัจจัยจากรายการครั้งคราวเป็นส่วนสำคัญ