2026-09-15T19:14:21+00:00 iaa CPAXT บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) CPAXT ลุ้นฟื้นตัวแรงในไตรมาส 4 ปี 2569 รับอานิสงส์ขยายสาขาและธุรกิจใหม่ ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LHS) ออกบทวิเคราะห์หุ้น CPAXT โดยแนะนำกลยุทธ์ "ซื้อเมื่ออ่อนตัว" กำหนดราคาเป้าหมายที่ 17.00 บาท แม้ผลประกอบการไตรมาส 3/2569 จะได้รับแรงกดดันจากปัจจัยฤดูกาลและกำลังซื้อที่ชะลอตัว แต่คาดการณ์ว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวอย่างชัดเจนตั้งแต่ไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป โดยมีปัจจัยหนุนจากการขยายสาขา การเติบโตของช่องทาง Omni-channel และการรับรู้รายได้จากการควบรวมกิจการ The Food Purveyor (TFP) ในมาเลเซีย เจาะลึกผลประกอบการและทิศทางธุรกิจ แนวโน้มกำไรสุทธิในไตรมาส 3/2569 มีทิศทาง อ่อนตัวลงทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจากเข้าสู่ช่วง Low season ของฤดูฝน ประกอบกับมีภาระขาดทุนจากโครงการ Happitat ราว 200 ล้านบาท และแรงกดดันจากราคาพลังงาน อย่างไรก็ตาม บริษัทมุ่งเน้นการเติบโตผ่านการขยายสาขาใหม่ 142 แห่งในปีนี้ และการเข้าซื้อกิจการ TFP มูลค่า 13,100 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยหนุนรายได้กลุ่มค้าปลีกโต +4% และเพิ่ม EBIT Margin ในอนาคต โดยคาดว่ากำไรสุทธิปี 2569 จะอยู่ที่ 9.1 พันล้านบาท ก่อนจะ พลิกฟื้นเติบโต +11% ในปี 2570 จากการรับรู้ผลประโยชน์ของ TFP เต็มปีและการลดลงของผลขาดทุนในโครงการ Happitat ข้อสังเกตและปัจจัยที่ต้องติดตาม นักวิเคราะห์ประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธี DCF (WACC 8.4%) ได้ราคาเป้าหมาย 17.00 บาท ซึ่งคิดเป็นระดับ PER ที่ 18 เท่า โดยปัจจุบันหุ้นซื้อขายอยู่ที่ Forward PER เพียง 15.0 เท่า สะท้อนว่ายังมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้อีก ทั้งนี้บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งด้วยกระแสเงินสดอิสระที่คาดว่าจะสูงถึง 1.6 หมื่นล้านบาทในปี 2570 และมีอัตราส่วนหนี้สินต่อเงินทุน (IBD/Capital) อยู่ในระดับต่ำเพียง 0.4 เท่า อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวังคือ ภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่กำลังซื้อยังเปราะบาง การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมค้าปลีก และความผันผวนของต้นทุนพลังงาน สรุปภาพรวมการลงทุน CPAXT กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเพื่อสร้างฐานการเติบโตใหม่ โดยเฉพาะการรุกตลาดพรีเมียมในมาเลเซียและการปรับปรุงประสิทธิภาพพื้นที่เช่าผ่านโครงการ Happitat แม้ระยะสั้นผลประกอบการจะถูกกดดันจากปัจจัยภายนอก แต่ด้วยแผนการขยายธุรกิจที่ชัดเจนและการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ จะเป็นแรงส่งสำคัญให้กำไรกลับมาเติบโตโดดเด่นในปี 2570 นักลงทุนจึงสามารถใช้จังหวะที่ราคาหุ้นอ่อนตัวเข้าสะสมเพื่อรอรับการฟื้นตัวในช่วง High season ของไตรมาส 4/2569 เป็นต้นไป