2026-09-15T17:13:41+00:00 fin ECF บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) ECF เผชิญวิกฤตขาดทุนหนัก 1,535 ล้านบาทในปี 2568 เซ่นพิษปรับโครงสร้างและด้อยค่าสินทรัพย์ รายได้ทรุดกว่า 80% พร้อมบันทึกรายการพิเศษก้อนโตจากความเสียหายสินค้าคงเหลือและอัคคีภัย กดดันส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ บริษัท อีสต์โคสท์เฟอร์นิเทค จำกัด (มหาชน) หรือ ECF รายงานผลการดำเนินงานประจำปี 2568 โดยมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 263.56 ล้านบาท ลดลง 80.42% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่สูงถึง 1,535.56 ล้านบาท สะท้อนถึงภาวะวิกฤตด้านสภาพคล่องและการปรับโครงสร้างองค์กรที่ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตอย่างรุนแรง โดยบริษัทกำลังเร่งดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาหนี้สินและบริหารจัดการกระแสเงินสดเพื่อประคองธุรกิจในระยะถัดไป Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจรอบนี้คือ "การบันทึกรายการด้อยค่าและค่าใช้จ่ายพิเศษก้อนใหญ่" ประกอบกับรายได้ที่หดตัวอย่างรุนแรงจากการลดกำลังการผลิตตามแผนปรับโครงสร้างองค์กรและปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน ทำให้บริษัทไม่สามารถหมุนเวียนเงินทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตได้ตามปกติ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น: รายการพิเศษก้อนใหญ่: ในไตรมาส 4/2568 บริษัทบันทึกต้นทุนความเสียหายของสินค้าคงเหลือสูงถึง 983.38 ล้านบาท จากการตรวจนับสินค้าคงคลังประจำปีที่พบความเสียหายสะสมจากอุทกภัยในปี 2567 และการจัดเก็บที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ยังมีขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ทางการเงินและเครื่องมือทางการเงินอีก 153.68 ล้านบาท และผลขาดทุนจากอัคคีภัยสุทธิอีก 76.12 ล้านบาท รายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ: การปรับโครงสร้างองค์กรและปัญหาขาดสภาพคล่องทำให้กำลังการผลิตลดลง ส่งผลให้รายได้จากการขายลดลงเหลือเพียง 263.56 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายคงที่ยังคงมีอยู่ ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้พุ่งสูงขึ้น ภาระทางการเงิน: บริษัทมีต้นทุนทางการเงินสูงถึง 191.68 ล้านบาท จากภาระหนี้หุ้นกู้และเงินกู้ยืมสถาบันการเงินที่ใช้ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ล่าช้ากว่าแผน จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่: ยังไม่ชัด ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้บริษัทจะพยายามปรับโครงสร้างหนี้และหาแหล่งเงินทุนใหม่ แต่สถานะส่วนของผู้ถือหุ้นที่ติดลบ 427.51 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางทางการเงินอย่างสูง ความต่อเนื่องของผลประกอบการขึ้นอยู่กับความสำเร็จในการเจรจาพักชำระหนี้ การหาแหล่งเงินทุนใหม่ และความคืบหน้าของโครงการโรงไฟฟ้าในเมียนมา ซึ่งยังมีความไม่แน่นอนสูง Highlight สำคัญ รายได้จากการขาย: 263.56 ล้านบาท ลดลง 80.42% YoY ขาดทุนสุทธิ: 1,535.56 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุน 231.37 ล้านบาท ในปี 2567) รายการด้อยค่าสินค้าคงเหลือ: 983.38 ล้านบาท (รายการหลักที่กดดันกำไร) ส่วนของผู้ถือหุ้น: ติดลบ 427.51 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 สถานะโครงการโรงไฟฟ้า: เฟสที่ 2 ยังอยู่ระหว่างจัดหาแหล่งเงินทุน และบริษัทมีแผนทางเลือกในการขายโครงการหากได้ราคาที่เหมาะสม ภาพรวมผลประกอบการ ผลประกอบการปี 2568 ถือเป็นปีที่ยากลำบากที่สุดปีหนึ่งของ ECF โดยรายได้รวมลดลงเหลือ 281.91 ล้านบาท (-79.32% YoY) อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมากเนื่องจากรายได้ไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายคงที่ และมีการบันทึกรายการด้อยค่าสินทรัพย์ขนาดใหญ่ ส่งผลให้ขาดทุนสุทธิพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โอกาส การปรับโครงสร้างหนี้: หากการเจรจาขอพักชำระหนี้หรือขยายระยะเวลาชำระหนี้กับสถาบันการเงินสำเร็จ จะช่วยบรรเทาปัญหาสภาพคล่องในระยะสั้น โครงการโรงไฟฟ้า: หากสามารถเดินหน้าก่อสร้างเฟสที่ 2 หรือขายโครงการได้ จะเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญในการพลิกฟื้นธุรกิจ ความเสี่ยง สภาพคล่องทางการเงิน: ปัญหาเงินทุนหมุนเวียนที่ไม่เพียงพอต่อการผลิตเป็นความเสี่ยงหลักที่กระทบต่อรายได้โดยตรง ภาระหนี้สิน: ภาระหนี้หุ้นกู้และเงินกู้ยืมที่อยู่ในระดับสูงและมีต้นทุนทางการเงินต่อเนื่อง ความไม่แน่นอนของสินทรัพย์: รายการลูกหนี้อื่นและเงินให้กู้ยืมแก่บุคคลที่เกี่ยวโยงกันยังคงมีความเสี่ยงในการเรียกคืน สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ ความคืบหน้าในการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้กับสถาบันการเงิน การได้รับชำระคืนเงินมัดจำโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลในญี่ปุ่นที่เหลือ ความคืบหน้าในการก่อสร้างหรือการขายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเมียนมา แผนการเพิ่มทุนหรือมาตรการเสริมสภาพคล่องเพื่อแก้ไขส่วนของผู้ถือหุ้นที่ติดลบ รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค) ธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ของบริษัทได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปรับแผนงานและปัญหาภายในคลังสินค้า ทำให้ปริมาณการขาย (Volume) ลดลงอย่างมาก ราคาขายไม่สามารถชดเชยต้นทุนคงที่ที่สูงขึ้นได้ นอกจากนี้การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่ผิดพลาดจากอดีตส่งผลให้เกิดการตัดจำหน่ายสินค้าจำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญในการบริหารจัดการ Supply Chain ในอนาคต ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,346.60 ล้านบาท ลดลง 39.52% จากการลดลงของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้า หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,774.11 ล้านบาท โดยมีหนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียนอย่างมาก สะท้อนถึงปัญหาการขาดสภาพคล่องที่รุนแรง สรุปท้าย ปี 2568 เป็นปีแห่งการสะสางปัญหาภายในของ ECF ทั้งในด้านสินค้าคงคลังและโครงสร้างองค์กร แม้จะส่งผลให้บริษัทขาดทุนหนักและส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ แต่การเร่งแก้ไขปัญหาสภาพคล่องและการปรับโครงสร้างหนี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางว่าบริษัทจะสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ในรอบปี 2569