Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SSP บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

SSP ลุ้นกำไรครึ่งปีหลังโตเด่นรับไฮซีซั่น พร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานสะอาด

ไฮไลท์สำคัญ บล.เอเซียพลัส (ASPS) มีมุมมองเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานของบริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ (SSP) โดยคาดการณ์ว่ากำไรปกติในไตรมาส 3/2569 จะเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) มาอยู่ที่ระดับ 120-160 ล้านบาท จากเดิมที่ทำได้เพียง 60.3 ล้านบาทในไตรมาส 2/2569 โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักจากการเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น และกระแสลมที่ปรับตัวดีขึ้นในโรงไฟฟ้าพลังงานลม วิเคราะห์เจาะลึกผลประกอบการและแผนการเติบโต ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ว่าผลประกอบการของ SSP จะทำจุดสูงสุดของปีในไตรมาส 4/2569 จากการเข้าสู่ช่วง High Season ของกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานลม รวมถึงการเริ่มรับรู้รายได้จากการ COD โรงไฟฟ้าขยะ 2 โครงการ กำลังการผลิตรวม 19.8 MW ในช่วงปลายปี ทั้งนี้ บริษัทได้วางเป้าหมายระยะยาวในการเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งจาก 367 MW ไปสู่ 1,000 MW ภายในปี 2575 ผ่านโครงการใน Pipeline กว่า 10 โครงการ ซึ่งจะช่วยดันกำลังการผลิตเติบโตกว่า 123% ภายใน 4 ปีข้างหน้า โดยมีโครงการสำคัญอย่าง Bago Wind Farm ขนาด 150 MWe ในฟิลิปปินส์เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ข้อสังเกตและประมาณการใหม่ ฝ่ายวิจัยได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2571 ขึ้น 20.9% เป็น 1.2 พันล้านบาท เพื่อสะท้อนการรวมโครงการ Bago Wind Farm เข้าไว้ในแผนงาน ส่งผลให้ราคาเป้าหมาย (Fair Value) ปี 2570 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 8.3 บาทต่อหุ้น (จากเดิม 5.6 บาทต่อหุ้น) อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้านสภาพอากาศที่อาจกระทบประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้า รวมถึงความคืบหน้าในการขอใบอนุญาต PPA ของโครงการใหม่ๆ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินงานตามแผนพัฒนาโครงการ สรุปคำแนะนำการลงทุน บล.เอเซียพลัส คงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับหุ้น SSP โดยมองว่าแนวโน้มกำไรมีการฟื้นตัวอย่างชัดเจนและมีศักยภาพการเติบโตต่อเนื่องในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า จากโครงการใหม่ๆ ที่ทยอย COD เข้ามาอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์แนะนำให้ผู้ลงทุน "ทยอยสะสมเพื่อการลงทุนระยะยาว" โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 6.00-6.35 บาท และแนวต้านที่ 7.50-8.50 บาท พร้อมชื่นชมการบริหารจัดการด้าน ESG ที่แข็งแกร่ง ซึ่งสะท้อนผ่านการจัดอันดับ SET ESG Ratings ที่ระดับ AA