Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa NER บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน)

NER ลุ้นกำไรครึ่งปีหลังฟื้นตัวแรง โบรกฯ ปรับเป้าหมายใหม่ 6.50 บาท

ไฮไลท์สำคัญ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์หุ้น NER (บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน)) โดยคงคำแนะนำ "ซื้อ" และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 6.50 บาท (จากเดิม 5.60 บาท) อ้างอิง PER ที่ 7 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นต่อการฟื้นตัวของกำไรที่ชัดเจนขึ้น พร้อมชี้เป้าเป็นหุ้นที่ Valuation ยังอยู่ในระดับต่ำและมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่น่าสนใจ เจาะลึกแนวโน้มธุรกิจและการเติบโต แนวโน้มกำไรในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 (2H26) คาดว่าจะฟื้นตัวโดดเด่น โดยประเมินกำไรปกติไว้ที่ 1.0–1.1 พันล้านบาท หนุนจากราคายางที่ปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลกและปริมาณขายที่ฟื้นตัว โดยคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) มีโอกาสยืนเหนือ 10% สำหรับไตรมาส 3/2569 (3Q26) ปริมาณขายคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 แสนตัน (+10% QoQ, +7% YoY) ส่วนไตรมาส 4/2569 (4Q26) แม้มีความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจกระทบปริมาณขาย แต่จะได้แรงหนุนจากราคาขายที่อยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ บริษัทยังได้รับอานิสงส์จากมาตรการ EUDR ของยุโรปที่ช่วยหนุนราคาขายยางในตลาด Non-EUDR ให้ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ข้อสังเกตด้านการเงินและกลยุทธ์ ในด้านการบริหารจัดการทางการเงิน บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้ 2 ชุด มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท ในเดือนตุลาคมและธันวาคมนี้ เพื่อนำไป Refinance หุ้นกู้ชุดเก่า ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน นอกจากนี้ บริษัทยังคงมุ่งเน้นตลาด Non-EUDR ที่มีความเชี่ยวชาญและฐานลูกค้าแข็งแกร่ง โดยไม่ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มเติมจากข้อกำหนด EUDR ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่ช่วยให้บริษัทรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดีกว่าคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน บทสรุปการลงทุน หยวนต้าประเมินว่า NER กำลังเข้าสู่รอบการฟื้นตัวของกำไรที่ต่อเนื่องถึงปี 2567 เนื่องจากภาวะ Supply ยางที่ยังตึงตัวจะช่วยหนุนทั้งราคาขายและ GPM ในระยะยาว ปัจจุบันหุ้น NER ซื้อขายที่ PER ปี 2569 เพียง 5.0 เท่า ซึ่งถือว่า Valuation ต่ำที่สุดในกลุ่ม เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง TEGH และ STA อีกทั้งยังมี Dividend Yield ที่น่าสนใจประมาณ 7% ต่อปี ทำให้นักลงทุนสามารถคาดหวังผลตอบแทนที่ดีจากทั้งส่วนต่างราคาและเงินปันผล