Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa GFPT บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน)

กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มสดใส โบรกฯ มองบวกรับกำไรฟื้นตัวครึ่งปีหลัง

แนวโน้มกำไรกลุ่มอาหารฟื้นตัวชัดเจน บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) หรือ MST คงมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม โดยคาดการณ์ว่าผลประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 (2H69) ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เอื้ออำนวยมากขึ้น แนวโน้มเงินบาทที่อ่อนค่า และการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของการส่งออกในไตรมาสที่ 3 โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตเนื้อสัตว์ที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของราคาปศุสัตว์และสัตว์ปีก ทั้งจากอุปทานที่ตึงตัวและการบริโภคในประเทศที่ขยายตัวจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ วิเคราะห์หุ้นเด่นและราคาเป้าหมาย สำหรับหุ้นในกลุ่มอาหาร MST ได้ให้คำแนะนำและราคาเป้าหมายดังนี้: - CPF แนะนำ "ซื้อ" ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 27.25 บาท (จากเดิม 24.50 บาท) โดยมองว่าเป็นหุ้นเด่นที่มีการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS) ปี 2570 โดดเด่นถึง 30% - ITC แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 21.40 บาท โดยชอบในแง่ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนได้ดีและอุปสงค์อาหารสัตว์เลี้ยงที่แข็งแกร่ง - TU แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 14.50 บาท แม้จะเผชิญความเสี่ยงจากต้นทุนทูน่าที่สูงขึ้น แต่คาดว่ากำไรจะปรับตัวดีขึ้นแบบครึ่งปีต่อครึ่งปี (HoH) - GFPT แนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมาย 10.20 บาท ข้อสังเกตด้านต้นทุนและปัจจัยเสี่ยง แม้ภาพรวมจะเป็นบวก แต่ยังมีประเด็นที่ต้องติดตามคือ ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ยังคงอยู่ในระดับสูงในช่วง 2H69 อย่างไรก็ตาม คาดว่าราคาเนื้อสัตว์ที่ปรับตัวสูงขึ้นจะเข้ามาช่วยชดเชยต้นทุนดังกล่าวและหนุนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ให้ดีขึ้นได้ นอกจากนี้ ในส่วนของ TU และ ITC ยังต้องระวัง ความเสี่ยงจากราคาทูน่าที่พุ่งสูงขึ้น แตะระดับ 2,100 ดอลลาร์สหรัฐ/ตัน ซึ่งอาจกดดันมาร์จิ้นในช่วงปลายปี 2569 ถึงต้นปี 2570 สรุปภาพรวมการลงทุน โดยสรุป MST มองว่ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ที่ผ่านมาเป็นไปตามคาด และคาดหวังการเติบโตที่แข็งแกร่งขึ้นใน 2H69 โดยเฉพาะ CPF ที่มีแนวโน้มผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุดจากการฟื้นตัวของราคาเนื้อสัตว์ในประเทศ ทั้งนี้ นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกประกอบการตัดสินใจลงทุน เนื่องจากประมาณการดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมติฐานปัจจุบันที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตามสถานการณ์