Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa SCC บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน)

SCC ลุ้นดีลประวัติศาสตร์รวมธุรกิจปิโตรเคมี ดันศักยภาพแข่งขันระยะยาว

ไฮไลท์สำคัญ บล.เอเซียพลัส (ASPS) ออกบทวิเคราะห์หุ้น SCC โดยประเมินว่าบริษัทกำลังเข้าใกล้ช่วงสรุปผลการศึกษาการรวมธุรกิจ Olefins และ Polyolefins ระหว่าง SCGC และ PTTGC ภายในไตรมาส 3/2569 ซึ่งตลาดกำลังจับตาโครงสร้างการถือหุ้นและการสร้าง Synergy เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์และลดความซ้ำซ้อนในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่เผชิญภาวะ Overcapacity มายาวนาน เจาะลึกสถานการณ์ธุรกิจ ในด้านการดำเนินงาน โรงงานระยองโอเลฟินส์ (ROC) ยังคงหยุดเดินเครื่องจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้การตัดสินใจกลับมาผลิตขึ้นอยู่กับความพร้อมของวัตถุดิบและความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ขณะที่โรงงาน MOC ยังคงเดินเครื่องผลิตสินค้ากลุ่ม HVA เพื่อรักษาระดับ Margin ท่ามกลางต้นทุนที่ผันผวน ทั้งนี้ ผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2569 มีกำไรสุทธิ 17,758 ล้านบาท โดยในไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 11,535 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85% จากไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนหยุดซ่อมบำรุงโรงงาน MOC ครั้งใหญ่ในช่วงปลายปี ซึ่งอาจส่งผลให้ผลประกอบการมีความผันผวนในระยะสั้น ข้อสังเกตและปัจจัยพื้นฐาน ฝ่ายวิจัยมองว่าฐานะการเงินของ SCC แข็งแกร่งขึ้นจากการขายหุ้น CAP เพื่อนำไปลดหนี้ โดยแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเหมาะสม 310 บาทต่อหุ้น โดยมีปัจจัยบวกจากการยกระดับความสามารถในการแข่งขันผ่านโครงการ LSPE Ethane และ CBM Transformation สำหรับความเสี่ยงที่ต้องติดตามคือประเด็นการแข่งขันทางการค้า (Antitrust) ในการรวมธุรกิจ และความผันผวนของราคาพลังงานและค่าขนส่งที่ยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญต่อต้นทุนการผลิต สรุปภาพรวมการลงทุน แม้ธุรกิจหลักจะเผชิญความท้าทายจากต้นทุนพลังงานและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด แต่ SCC มีแผน ESG ที่ชัดเจนและได้รับการยอมรับในระดับสากล สำหรับแนวโน้มราคาหุ้นในเชิงเทคนิคเป็นแบบ SIDEWAYS UP โดยมีแนวรับที่ 245-253 บาท และแนวต้านที่ 277-280 บาท ทั้งนี้ การรวมธุรกิจกับ PTTGC ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาวหากข้อสรุปได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง