Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BDMS บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน)

BDMS โชว์ฟอร์มแกร่งไตรมาส 3 ปี 69 รับอานิสงส์ผู้ป่วยไทย-ต่างชาติหนุนรายได้พุ่ง

ไฮไลท์สำคัญ บล.เอเซียพลัส (ASPS) ประเมินผลประกอบการ BDMS ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2569 ว่าจะทำจุดสูงสุดของปี โดยได้รับปัจจัยบวกจากจำนวนผู้ป่วยไทยที่เพิ่มขึ้น 8-9% YoY ตามการระบาดของโรคตามฤดูกาลและ COVID-19 รวมถึงการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของผู้ป่วยต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลาง บังกลาเทศ เมียนมาร์ และสหรัฐฯ ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เจาะลึกทิศทางธุรกิจและผลประกอบการ ในส่วนของรายได้ช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 69 ขยายตัวในระดับ High-Single Digit YoY โดยมีแรงหนุนสำคัญจากกลุ่มโรคซับซ้อนและบริการตรวจสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive Care) ที่เติบโตระดับ Double Digit YoY นอกจากนี้ การนำระบบ BDMS Utilization Review (BUR) มาใช้ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับบริษัทประกัน ส่งผลให้รายได้ลูกค้ากลุ่มประกันฟื้นตัวได้ดีขึ้นหลังจากอ่อนแอในช่วงครึ่งปีแรก (1H69) ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ไว้ที่ 16,134 ล้านบาท โดยมองว่าสัดส่วนผู้ป่วยที่ให้มาร์จิ้นสูงจะเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยประคองผลประกอบการให้เติบโตอย่างมั่นคง ข้อสังเกตและมุมมองนักวิเคราะห์ นักวิเคราะห์จากบล.เอเซียพลัส ให้คำแนะนำ “ซื้อ” โดยกำหนดราคาเหมาะสมปี 2570 ไว้ที่ 25.00 บาท ด้วยวิธี DCF ซึ่งคิดเป็น Upside ประมาณ 23% จากราคาปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้าน ESG ที่สำคัญ เช่น การบริหารจัดการขยะทางการแพทย์ การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ป่วย (Cybersecurity) และการกำกับดูแลการจัดซื้อยาเพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งบริษัทมีการดำเนินงานที่ค่อนข้างดีด้วยคะแนน ESG เฉลี่ยสูงถึง 4.67 จาก 5 บทสรุปการลงทุน ภาพรวม BDMS ในช่วงครึ่งปีหลัง (2H69) มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของฐานลูกค้าต่างชาติและการเพิ่มขึ้นของกลุ่มผู้ป่วยโรคซับซ้อนที่มีอัตรากำไรสูง โดยไตรมาส 3/69 ถือเป็นช่วงที่โดดเด่นที่สุดของปี ทั้งนี้ราคาหุ้นมีแนวโน้มเคลื่อนไหวแบบ Sideways โดยมีแนวรับที่ 19.40-19.90 บาท และแนวต้านที่ 20.70-21.40 บาท เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นพื้นฐานดีที่มีความยั่งยืนในระยะยาว