Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa TOP บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

TOP ฟื้นตัวแกร่งรับอานิสงส์ค่าการกลั่นพุ่ง โบรกฯ เชียร์ซื้อเป้า 88 บาท

ไฮไลท์สำคัญ: พลิกฟื้นจากวิกฤตสู่โอกาสทอง บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP กำลังเข้าสู่ช่วงการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านความสามารถในการทำกำไรและสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากค่าการกลั่น (GRM) ที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องจากปัญหาอุปทานตึงตัวทั่วโลก ส่งผลให้บริษัทสามารถก้าวข้ามความกังวลเรื่องภาระต้นทุนโครงการพลังงานสะอาด (CFP) และมีกระแสเงินสดที่เพียงพอต่อการดำเนินงานในอนาคต วิเคราะห์ผลประกอบการและทิศทางธุรกิจ โบรกเกอร์ GLOBLEX ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 (1H26) TOP มีกำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นอย่างโดดเด่น โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 13.9 พันล้านบาทต่อไตรมาส เทียบกับค่าเฉลี่ย 3.6 พันล้านบาทในปี 2568 ซึ่งเป็นผลมาจากค่าการกลั่นตลาดที่ปรับตัวขึ้นจาก 5.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็น 16.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ใน 1H26 นอกจากนี้ โครงการ CFP ที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบในปี 2571 จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถใช้วัตถุดิบประเภทน้ำมันดิบหนัก (Superheavy crude) จากเวเนซุเอลาได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มส่วนต่างกำไรและลดความเสี่ยงด้านการจัดหาวัตถุดิบจากตะวันออกกลาง ข้อสังเกตด้านสถานะทางการเงิน สถานะทางการเงินของ TOP มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทมีเงินสดและเงินลงทุนระยะสั้นในมือสูงถึง 1.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.5 หมื่นล้านบาทจากสิ้นปี 2568 ในขณะที่หนี้สินระยะยาวลดลง 1.47 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (Net debt/EBITDA) ลดลงจาก 3.7 เท่า เหลือเพียง 1.4 เท่า นอกจากนี้ โบรกเกอร์มองว่า TOP ควรตัดสินใจลงทุนในโครงการ Energy Recovery Unit (ERU) เองแทนการขายให้ GPSC เนื่องจากบริษัทมีกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับการลงทุนดังกล่าว สรุปคำแนะนำการลงทุน GLOBLEX คงคำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น TOP โดยให้ ราคาเป้าหมายที่ 88.00 บาท ด้วยวิธีคิดจากแนวโน้มค่าการกลั่นที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 และความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นจากโครงการ CFP ซึ่งจะช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว ทั้งนี้ ผลบวกจากการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินและกระแสเงินสดที่เพิ่มขึ้น จะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญที่ทำให้ TOP มีความพร้อมในการเติบโตและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้แก่ผู้ถือหุ้น