Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa THCOM บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)

THCOM เผชิญแรงกดดันระยะสั้น หลังรัฐจ่อดำเนินคดีเรียกค่าเสียหาย 1.26 พันล้านบาท

ประเด็นสำคัญและผลกระทบต่อราคาหุ้น บล.เอเซียพลัส (ASPS) รายงานกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินคดีผ่านอนุญาโตตุลาการหรือกระบวนการทางศาลกับ THCOM และ GULF เพื่อเรียกค่าปรับและค่าเสียหายราว 1.26 พันล้านบาท จากกรณีการไม่ส่งมอบทรัพย์สิน 6 รายการหลังสิ้นสุดสัมปทาน ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยมองว่าข่าวนี้เป็น Sentiment เชิงลบระยะสั้น ที่จะกดดันราคาหุ้นและเป็น Overhang ต่อไปจนกว่าคดีจะสิ้นสุด โดยปัจจุบันยังคงคำแนะนำเพียง “Trading” วิเคราะห์ข้อพิพาทและมุมมองทางการเงิน ทางด้าน GULF ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ชี้แจงว่า ทรัพย์สินบางส่วนหมดอายุการใช้งานไปแล้ว และมูลค่าความเสียหายที่แท้จริงของทรัพย์สินอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 900 ล้านบาทเป็นค่าเสียโอกาสและดอกเบี้ย ฝ่ายวิจัยประเมินว่า ยังไม่มีผลกระทบทางการเงินในทันที เนื่องจากกระบวนการทางกฎหมายต้องใช้เวลาอีกหลายปี หากประเมินกรณีเลวร้ายที่สุดที่บริษัทต้องจ่ายค่าเสียหายเต็มจำนวน 1.26 พันล้านบาท โดยใช้เวลาตัดสิน 5-10 ปี จะกระทบต่อมูลค่าหุ้น THCOM ราว 0.74 หรือ 0.48 บาทต่อหุ้นตามลำดับ ข้อสังเกตจากผลการดำเนินงาน สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 497 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่กำไรปกติยังคงติดลบอยู่ที่ 88 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยยังคงคาดหวังการพลิกฟื้นของการดำเนินงานกลับมามีกำไรปกติได้ในปี 2570 โดยมีการปรับสมมติฐานกำไรสุทธิปี 2569 ขึ้นเป็นขาดทุน 393 ล้านบาท (จากเดิมขาดทุน 478 ล้านบาท) และปี 2570 เป็นกำไร 381 ล้านบาท (จากเดิม 341 ล้านบาท) โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามคือ อายุการใช้งานของดาวเทียม ความล่าช้าของโครงการใหม่ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน สรุปภาพรวมการลงทุน แม้ THCOM จะมีพื้นฐานธุรกิจที่มุ่งเน้นความยั่งยืนและจัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยง ESG ต่ำ (คะแนนเฉลี่ย 4.67) แต่ประเด็นข้อพิพาททางกฎหมายถือเป็นปัจจัยกดดันหลักที่นักลงทุนต้องระมัดระวัง โดยเฉพาะประเด็นด้าน Governance ที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลโครงการลงทุนดาวเทียมขนาดใหญ่ นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของคดีอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาหุ้นในระยะถัดไป