Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa ORI บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)

ORI เผชิญความท้าทายรอบด้าน โบรกฯ ปรับลดราคาเป้าหมายเหลือ 1.50 บาท

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากจากการเลื่อนกำหนดการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมหลายโครงการ ส่งผลให้ผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2569 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยโบรกเกอร์ KGI ได้คงคำแนะนำ Underperform และปรับราคาเป้าหมายใหม่ลงมาอยู่ที่ 1.50 บาท จากเดิม 1.45 บาท (โดยเป็นการปรับวิธีคิดอ้างอิงค่า P/E ที่ 7 เท่า หรือ -0.5 S.D. และเลื่อนฐานการคำนวณไปที่ปี 2570) เจาะลึกเนื้อหาและผลประกอบการ แม้ในไตรมาส 2/2569 จะเห็นการฟื้นตัวของกำไรจากส่วนแบ่งกำไรของบริษัทร่วม แต่ภาพรวมครึ่งปีแรกยังคงอ่อนแอเนื่องจากตัวชี้วัดผลการดำเนินงานหลักปรับตัวลดลงทั้งหมด ในไตรมาส 3/2569 คาดว่ากำไรจะยังคงอ่อนตัวลงทั้ง QoQ และ YoY เนื่องจากไม่มีโครงการคอนโดมิเนียมใหม่สร้างเสร็จ อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4/2569 คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวจากโครงการ So Origin Bangtao Beach มูลค่า 3 พันล้านบาท ทั้งนี้บริษัทต้องเผชิญกับภาวะการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้ต้องใช้กลยุทธ์ text-danger การลดราคาเชิงรุกเพื่อระบายสต็อกสินค้า ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) ให้ลดต่ำลง ข้อสังเกตด้านการเงินและสภาพคล่อง ประเด็นที่น่ากังวลคือ text-danger ภาระหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยระยะสั้น (IBD) สูงถึง 1.43 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 คิดเป็น 48% ของหนี้สินรวมทั้งหมด ประกอบกับแผนการขายสินทรัพย์ (Asset Divestment) ที่ทำได้ยากขึ้นท่ามกลางความผันผวนของอัตบราผลตอบแทนพันธบัตร ทำให้สภาพคล่องของบริษัทอยู่ในภาวะตึงตัว นอกจากนี้ การเลื่อนโครงการขนาดใหญ่อย่าง Grand Hampton Thonglor จากปลายปี 2569 ไปเป็นกลางปี 2570 และโครงการอื่นๆ อีก 4 แห่งไปปี 2571 ยิ่งกดดันกระแสเงินสดในระยะสั้น บทสรุปและมุมมองการลงทุน โบรกเกอร์ KGI ได้ปรับประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 12% เป็น 566 ล้านบาท (-21% YoY) และปี 2570 ขึ้น 28% เป็น 627 ล้านบาท (+11% YoY) เพื่อสะท้อนการโอนโครงการ JV ในภูเก็ตและโครงการแนวราบ แต่ยังคงมุมมองเชิงลบเนื่องจาก text-danger ปัญหาความล่าช้าในการส่งมอบโครงการ ภาวะความต้องการอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนแอ และความจำเป็นในการระบายสต็อกสินค้าที่มีอัตรากำไรต่ำเพื่อบริหารจัดการสภาพคล่อง ซึ่งถือเป็นความท้าทายหลักที่นักลงทุนควรติดตามอย่างใกล้ชิด