Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa CPAXT บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)

CPAXT ปิดดีลซื้อกิจการ The Food Purveyor เสริมแกร่งตลาดพรีเมียมมาเลเซีย

ไฮไลท์สำคัญ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT ได้ดำเนินการเข้าซื้อกิจการ The Food Purveyor (TFP) ผู้ประกอบการซูเปอร์มาร์เก็ตระดับพรีเมียมชั้นนำในประเทศมาเลเซียเสร็จสมบูรณ์แล้วเมื่อวันที่ 1 ก.ย. 2026 ด้วยมูลค่า 1.31 หมื่นล้านบาท โดยโบรกเกอร์ InnovestX (INVX) คงคำแนะนำ NEUTRAL พร้อมให้ราคาเป้าหมายกลางปี 2027 ที่ 17 บาท อิงวิธี DCF (WACC 7.5%, อัตราการเติบโตระยะยาว 1.5%) รายละเอียดการลงทุน การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ใช้แหล่งเงินทุนจากการกู้ยืม 80% และกระแสเงินสดภายในบริษัท 20% โดยคาดว่าจะส่งผลให้รายได้กลุ่มธุรกิจ B2C ของ CPAXT เพิ่มขึ้นราว 4% ในปี 2027 ทั้งนี้ INVX คาดว่าดีลดังกล่าวจะยังไม่มีผลต่อกำไรในปี 2026F เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการเข้าซื้อและต้นทุนดอกเบี้ย แต่จะเริ่มสร้าง ผลบวกต่อกำไรในปี 2027F เพิ่มขึ้นประมาณ 2-3% ของกำไรหลังหักต้นทุนทางการเงิน นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มเครือข่ายร้านค้าปลีกในมาเลเซียเป็นกว่า 120 สาขา และสร้าง Synergy ด้านการจัดซื้อและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน ข้อสังเกตและปัจจัยติดตาม ประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือผลขาดทุนของโครงการ Habitat ซึ่งเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 21 ส.ค. โดย CPAXT ประมาณการผลขาดทุนในปี 2026F ไว้ที่ 500 ล้านบาท (คิดเป็นประมาณ 5% ของกำไร) ซึ่งรวมอยู่ในประมาณการแล้ว ปัจจุบันอัตราการเช่าพื้นที่สำนักงานอยู่ที่ 30% และพื้นที่เชิงพาณิชย์อยู่ที่ 70% โดยบริษัทตั้งเป้าเพิ่มอัตราการเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์เป็น 90% ภายในสิ้นปี 2026 นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงจากกำลังซื้อที่เปราะบางและการเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาล ส่วนสรุป โดยรวมแล้วการเข้าซื้อ TFP ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ CPAXT เข้าถึงตลาดค้าปลีกระดับพรีเมียมที่เติบโตสูงในมาเลเซียได้ทันที อย่างไรก็ตามในระยะสั้นปี 2026F บริษัทจะยังคงเผชิญกับภาระต้นทุนทางการเงินและผลขาดทุนจากโครงการ Habitat ทำให้ INVX มองว่ากำไรในปี 2026F จะยังไม่โดดเด่นนัก ก่อนจะเริ่มเห็นการเติบโตที่ชัดเจนขึ้นในปี 2027F เป็นต้นไปจากการรับรู้รายได้และกำไรจากธุรกิจใหม่ที่เข้ามาเสริมพอร์ตให้มีความสมดุลมากขึ้น