Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa CPAXT บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน)

CPAXT เดินหน้าขยายธุรกิจเต็มสูบ เปิดตัวโครงการ Happitat พร้อมรุกตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียมในมาเลเซีย

ไฮไลท์สำคัญ: จับตาการลงทุนครั้งใหญ่และทิศทางกำไรระยะสั้น บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT เดินหน้าขยายอาณาจักรธุรกิจค้าปลีกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้เปิดตัวโครงการ "The Happitat" ภายใต้แนวคิด Happiness-Led Destination ด้วยงบลงทุนสูงถึง 1.5 หมื่นล้านบาท เพื่อเป็นแฟล็กชิปสโตร์แห่งใหม่ นอกจากนี้ยังมีการเข้าซื้อกิจการ The Food Purveyor (TFP) ในมาเลเซีย เพื่อรุกตลาดซูเปอร์มาร์เก็ตพรีเมียมที่มีศักยภาพการเติบโตสูงกว่าตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป วิเคราะห์เจาะลึก: ผลประกอบการและกลยุทธ์การเติบโต โบรกเกอร์ KGI ได้วิเคราะห์สถานการณ์ของ CPAXT โดยคงคำแนะนำ "Neutral" (ถือ) และกำหนดราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ไว้ที่ 15.00 บาท โดยใช้วิธีคิดจาก PER ที่ 18.0x (-2.0 S.D. ของค่าเฉลี่ยย้อนหลังกลุ่มบริษัทระดับโลก) ทั้งนี้ บริษัทคาดการณ์ว่าโครงการ Happitat จะมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานราว 500 ล้านบาทในปีนี้ ในขณะที่การลงทุนใน TFP คาดว่าจะเริ่มสร้างกำไรเพิ่มขึ้นได้ตั้งแต่ปี 2570 เป็นต้นไป โดยใช้แหล่งเงินทุนจากการกู้ยืมธนาคารเป็นหลักถึง 80% ข้อสังเกต: แรงกดดันต่อกำไรในระยะสั้น นักวิเคราะห์จาก KGI มีมุมมองว่ากำไรของ CPAXT ในช่วงไตรมาสที่ 3 และ 4 ของปี 2569 จะยังคงมีความน่าสนใจน้อยลง (Less attractive) เนื่องจากได้รับผลกระทบจาก ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น จากการขยายธุรกิจ ทั้งในส่วนของแพลตฟอร์ม Omni-channel และการเปิดตัวโครงการ Happitat รวมถึงผลกระทบต่อเนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทำให้คาดว่ากำไรจะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ในทั้งสองไตรมาสนี้ ส่วนสรุป: ภาพรวมการลงทุน แม้ CPAXT จะมีความแข็งแกร่งในการขยายธุรกิจและมีคะแนน SET ESG Rating ระดับ AAA แต่ในระยะสั้นนักลงทุนควรระมัดระวังเรื่อง แรงกดดันด้านกำไรที่อาจลดลง จากค่าใช้จ่ายในการลงทุนและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อขยายกิจการ ทั้งนี้ โบรกเกอร์ KGI ยังคงประมาณการกำไรปี 2569 ไว้ที่ 8.8 พันล้านบาท โดยมองว่าประโยชน์จากการลงทุนในโครงการใหม่ๆ จะชัดเจนขึ้นในระยะยาวมากกว่าช่วง 2 ไตรมาสข้างหน้านี้