Digg · aioMax Original News
คลังข่าวต้นฉบับที่ระบบ aioMax เขียนเอง (fin / fin-us / oppday / iaa / iaajump / AiOMax) — ไม่รวมข่าวสื่อภายนอก · Server-rendered สำหรับ SEO, AI crawler และ bot
Express Lane: หน้านี้เป็น HTML เต็ม (SSR) — มีเวอร์ชัน Markdown สำหรับ AI crawler
iaa BTG บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน)

เบทาโกร (BTG) รับแรงหนุนกลยุทธ์ OMC ดันกำไรโตยั่งยืน โบรกฯ เคาะเป้า 25 บาท

สรุปภาพรวมการเติบโตและคำแนะนำการลงทุน บล.โกลเบล็ก (Globlex) ออกบทวิเคราะห์เริ่มต้นแนะนำ "ซื้อ" หุ้น BTG โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 25.0 บาท อ้างอิงจาก P/E ปี 2570 ที่ระดับ 9 เท่า ซึ่งเป็นระดับเดียวกับบริษัทคู่เทียบในอุตสาหกรรม โดยมองว่ากลยุทธ์ "OMC" (Overseas, Margin, Cost) จะเป็นเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรสุทธิเฉลี่ย (CAGR) ได้ถึง 9% ต่อปี ในช่วงปี 2569-2571 พร้อมทั้งช่วยยกระดับอัตรากำไรให้มีความยั่งยืนมากขึ้นท่ามกลางความท้าทายในตลาดอาหารสัตว์และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง เจาะลึกกลยุทธ์ OMC และแนวโน้มผลประกอบการ กลยุทธ์ OMC ประกอบด้วย 1) Overseas: การขยายตลาดต่างประเทศและกำลังการผลิต โดยคาดสัดส่วนรายได้ต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นเป็น 22% ภายในปี 2571 2) Margin: การปรับพอร์ตสินค้าไปสู่กลุ่มที่มีอัตรากำไรสูง (High-margin) และช่องทางการจัดจำหน่ายที่ทำกำไรได้ดีขึ้น ส่งผลให้คาดการณ์ Net Profit Margin จะขยับจาก 4.0% ในปี 2569 เป็น 4.3% ในปี 2571 และ 3) Cost: การลดต้นทุนผ่านการปรับโครงสร้างและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ 5,037 ล้านบาท ปี 2570 อยู่ที่ 5,366 ล้านบาท และปี 2571 อยู่ที่ 6,000 ล้านบาท ข้อสังเกตด้านปัจจัยบวกและสถานะทางการเงิน นักวิเคราะห์มองเห็นสัญญาณบวกจากราคาเนื้อสุกรและเนื้อไก่ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างยั่งยืนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 เนื่องจากอุปทานในตลาดที่จำกัดจากการลดการผลิตในช่วง 12-24 เดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจากต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์ (ข้าวโพด, กากถั่วเหลือง) ที่มีแนวโน้มลดลงจากการนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ ในราคาที่แข่งขันได้ สำหรับสถานะทางการเงิน BTG มีการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียนอย่างรัดกุม แม้จะมีรายจ่ายลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิต แต่บริษัทมีแนวโน้มความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งขึ้นและการลดลงของหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net Debt/Equity) อย่างต่อเนื่อง บทสรุปสำหรับนักลงทุน โดยรวมแล้ว บล.โกลเบล็ก เชื่อมั่นว่า BTG จะเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการส่งออกของไทยในช่วงปี 2569-2571 ด้วยโมเดลธุรกิจที่ปรับตัวสู่ความยั่งยืนและการมุ่งเน้นสินค้ามูลค่าเพิ่ม แม้กำไรปี 2569 จะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปี 2568 ที่เป็นจุดสูงสุดจากราคาขายสินค้าที่พุ่งสูงผิดปกติ แต่ในระยะยาวบริษัทจะสามารถสร้างการเติบโตของกำไรได้อย่างมั่นคงและมีประสิทธิภาพมากกว่าในอดีต โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากตลาดส่งออกที่เติบโตเร็ว เช่น สิงคโปร์ และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีวินัย